นี้เป็นวันแห่งความสุขของน้องถัง อย่าทำให้งานเลี้ยงเสีย” เนี่ยต้วนชุนกล่าวด้วยท่าทีเป็นกันเอง
“ฮึ่ม…” เกาป๋อพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาและหันหน้าไปทางอื่น
โจวอี้ยืนห่างออกไปราว ๆ เจ็ดหรือแปดเมตร เขาเฝ้าดูถังชงประจบประแจงชายหนุ่มแซ่เนี่ยอยู่อย่างเงียบ ๆ และพบว่าชายหนุ่มแซ่เนี่ยดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับถังชงอย่างจริงใจ
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มบนสีหน้า แต่ก็เป็นรอยยิ้มจอมปลอม
เป็นไปได้มากว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาให้กำลังใจถังชง แต่มาดูเรื่องตลก
ก็แค่กลุ่มสุนัขจิ้งจอก!
สองคนที่เพิ่งสูบบุหรี่ข้างนอกนั่นก็ไม่ต่างอะไรจากคนกลุ่มนี้
โจวอี้อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เขารู้สึกเศร้าแทนถังชงและคิดว่า ‘ผู้ชายคนนี้ไม่ฉลาด และยังชอบสร้างเรื่องวุ่นวายอีกด้วย บางทีในอนาคตเขาอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาได้!’
“พี่เนี่ย เดี๋ยวผมจะแนะนำเพื่อนผมให้พี่รู้จักนะ” ทันใดนั้นถังชงก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้และรีบโบกมือให้โจวอี้
เมื่อถังชงเห็นโจวอี้เดินเข้ามาก็พูดว่า “พี่เนี่ย นี่คือ…”
“คุณเนี่ยใช่ไหม ผมชื่อโจวอี้ และผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับถังชง” โจวอี้ขัดจังหวะประโยคของถังชงและยื่นมือออกไปอย่างใจเย็น
“เหอะ เหอะ” เนี่ยต้วนชุนชำเลืองมองโจวอี้ แต่ไม่ได้ใส่ใจมือของโจวอี้ที่ยื่นเข้ามา จากนั้นจึงหันไปนั่งลงโดยไม่พูดอะไร
“ถังชง พี่เนี่ยมาให้กำลังใจนาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหมาแมวทุกตัวจะมีค่าควรแก่การจดจำของเขาหรอกนะ!” เกาป๋อหัวเราะเ