ะลุ ความปรีดาในใจเหมียวเสียก็หายสิ้น
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นคนบุ่มบ่ามไร้สมอง
รู้ทั้งรู้ว่าโจมตีอีกฝ่ายไปก็รังแต่เจ็บตัว เขายังบ้าระห ่าโจมตีอีกฝ่ายอีก
เหมียวเสียอดตะโกนด่ามิได้ว่า “เจ้าโง่! อย่าสู้ พรสวรรค์ตระกูลอวี๋นั้นพิเศษ หากเจ้าไม่มีวิชาเยียวยาระดับเซียนเหมือนกันเจ้าทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้หรอก รีบหนีไปสิ!”
แต่เหมียวเสียหารู้ไม่ ว่าใครบางคนแถวนี้ขวางโลกโดยสันดาน
การโจมตีของเจียงผิงอันทวีความดุเดือดขึ้นทุกขณะ กระดูกในกายแตกสลายต่อเนื่อง โลหิตหลากหลั่งไร้สิ้นสุด
“เจ้า…”
เหมียวเสียรู้สึกแน่นอกจนพองกว่าปกติ
เจียงผิงอันผู้นี้เข้าใจภาษามนุษย์ไหมนี่?
เหมียวเสียเป็นคนอารมณ์ร้าย หากมิใช่เพราะนางถูกยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งล้อมโจมตี คงพุ่งเข้าไปสั่งสอนเขาอย่างสาสมแล้ว
ขณะอวี๋จิ้งเผชิญการโจมตีบ้าระห ่าของเจียงผิงอัน คิ้วเรียวของนางพลันขมวดตัว
แม้นางจะฟื้นตัวรวดเร็ว ร่างของนางภายใต้การโจมตีรัวถี่ก็ยังเจ็บปวดยิ่ง
อวี๋จิ้งไม่ซ่อนความแข็งแกร่งอีกต่อไป กระบี่ในมือพลันเร่งความเร็ว ภาพติดตาวูบไหวไปทั่วฟ้า หนาแน่นเช่นเม็ดฝน โจมตีเข้ามาใส่เจียงผิงอัน
ขณะนั้นเอง เจียงผิงอันกลายเป็นอัสนีสีดำสายหนึ่ง แล่นทะยานผ่านพิรุณกระบี่หนาทึบ ปราชิดเบื้องหลังอวี๋จิ้งในพริบตา
อวี๋จิ้งผงะกับความเร็วของเจียงผิงอัน มิคาดเลยว่าผู้ฝึกตนจากภพล่างผู้นี้จะซ่อนความเร็วเช่นนี้ไว้!
สายเกินกว่านางจะป้องกันตัวแล้ว
แต่อวี๋จิ้งก็มิได้กลัว