เร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง
“เจ้านาย เรากำลังจะไปไหนกัน?” เยี่ยป๋อซางมองไปยังเบาะหลังซึ่งมีไม้เท้าที่โจวอี้ได้โยนเข้ามา
“ช่วยคน!”
เยี่ยป๋อซางได้ยินแล้วก็พยักหน้าโดยไม่ถามต่อ
การช่วยชีวิตคนก็เหมือนการผจญเพลิง เขาเข้าใจได้ว่าทำไมโจวอี้ถึงต้องขับรถด้วยความเร่งรีบภายในเมืองที่มีผู้คนเช่นนี้
เมืองเฟิงหลิน
ภายในย่านที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง หลินเวยมีบาดแผลไปทั่วทั้งตัว เธอไอออกมาเป็นเลือดเป็นระยะ ๆ ใบหน้าของเธอซีดเซียวในขณะที่ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัว
เธอกัดปลายลิ้นเพื่อพยายามดึงสติไม่ให้ตัวเองหมดสติไป
ข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มที่มีบาดแผลทั่วร่างกายกำลังตัวสั่นเทาอยู่ที่มุมกำแพง ความหวาดกลัวเผยออกมาจากแววตาของเขาอย่างชัดเจน
“พี่ ใครที่พี่เรียกมาช่วยเรา? อีกฝ่ายทรงพลังเกินไป คนที่พี่เรียกมาจะช่วยเราได้จริง ๆ เหรอ?” หลินเจียรุ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หุบปาก!” แววตาของหลินเวยเป็นประกายด้วยความโกรธ
ทันใดนั้น
สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป เธอไม่สามารถซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวจึงรวบรวมกำลังของเธออุ้มหลินเจียรุ่ยผู้เป็นน้องชายวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อวิ่งไปยังซอยที่อยู่ไกลออกไป
ตั้งแต่หลินเวยกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะโจวอี้ เธอก็คิดว่าเธอคงจะมีชีวิตสุขสบายในวันข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ใครจะไปคิดว่าน้องชายของเธอซึ่งเป็นแกะดำของครอบครัวเอาแต่กิน ดื่ม นอนกับผู้หญิง และเล่นการพนัน จนตอนนี้ยังไปแหย่รังแตน