บทที่ 349 หนูชอบลำนั้น
สำหรับผู้คนธรรมดา เงินร้อยล้านหยวนคือเงินก้อนใหญ่มหาศาล แต่สำหรับเศรษฐีระดับแนวหน้านั้น เงินร้อยล้านหยวนก็เป็นเพียงเงินค่าขนมเล็กน้อยเท่านั้น
มันอาจจะเป็นจำนวนเงินที่ซื้อรถสปอร์ตได้แค่สักสองสามคัน ส่วนพวกเรือยอร์ชหรู ๆ หรือแม้แต่เครื่องบินส่วนตัว แน่นอนว่าเงินร้อยล้านหยวนนั้นคงไม่เพียงพอ ไม่ต้องพูดถึงคฤหาสน์บางหลังที่เงินหลายร้อยล้านหยวนก็ยังซื้อไม่ได้
ตอนนี้อาจพูดได้ว่าโจวอี้เป็นมหาเศรษฐีก็คงไม่ผิด เพราะเขามีเงินในบัญชีเป็นพันล้านหยวน
ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่จะให้เงินค่าขนมแก่ศิษย์หลานทั้งสองคนละหนึ่งร้อยล้านหยวน
เพราะอย่างไรแล้วทั้งสองคนนี้ก็คอยติดตามเขาและลูก ๆ เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัย มันก็ถือว่าแฟร์แล้วที่จะให้อะไรตอบแทนกลับไปบ้าง
“เงินก้อนนี้สำหรับผมมันเป็นเงินแค่เล็กน้อย พวกคุณไม่ต้องไปใส่ใจ ถ้าผมต้องการทำเงิน แม้ว่าผมจะไม่สามารถเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกได้ แต่การเป็นคนที่รวยที่สุดในเอเชียก็ยังเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม” โจวอี้พูดติดตลก
“…”
เฉินซานและอิงหงพูดไม่ออก
พวกเขาไม่สงสัยในความสามารถของโจวอี้ ชายหนุ่มคนนี้เป็นศิษย์ของสำนักโอสถ แถมโจวอี้ยังเป็นศิษย์ของผู้นำนิกายซึ่งในอนาคตเขาจะกลายเป็นผู้นำคนต่อไป ดังนั้นมันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับโจวอี้ที่จะหาเงินได้มากมาย
ไม่สิ อันที่จริงแม้กระทั่งพวกเขาเองหากจะหาเงินก็ทำได้ไม่ยากเหมือนกัน
แค่หยิบโอสถวิเศ