“ข้าบอกเจ้าไว้นะ ทั่วทั้งภพบุกเบิก ไม่มีตัวตนขอบเขตบูรณาการผู้ใดเข้าร่วมการประเมินของสำนักเซียนหรอก”
“นอกจากนั้น เจ้ายังเพิ่งบรรลุขอบเขตบูรณาการ ความแข็งแกร่งมีจำกัด…”
เสียงของหลัวซู่ชะงักกลางคัน เพราะนางตะลึงเมื่อพบว่าปราณของเจียงผิงอันเทียบได้กับตัวตนขั้นปลายขอบเขตบูรณาการแล้ว!
“ทำไมเจ้าทะลวงขอบเขตไวเพียงนี้! นี่เจ้าใช้โอสถต้องห้ามอะไรหรือเปล่า?”
นับแต่เจียงผิงอันทะลวงถึงขอบเขตนี้ ผ่านไปเพียงราวห้าสิบปี
ในชั่วกาลสั้น ๆ เช่นนี้ เขากลับบรรลุขอบเขตเทียบเท่ายอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการแล้ว!
มีแต่เพียงยามทำความเข้าใจทุกกฎเกณฑ์ที่มี ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการจึงขยับสู่ขั้นกลาง และต้องผสานร่างและวิญญาณกับกฎเกณฑ์ทั้งปวง จึงบรรลุถึงขั้นปลายได้
มันจะต้องใช้เวลาเป็นร้อย ๆ หรือพัน ๆ ปี
แต่เจียงผิงอันใช้เวลาเพียงราวห้าสิบปี!
ความเร็วการทะลวงขอบเขตเช่นนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์อย่างหลัวซู่ยังตกใจ
สิ่งนี้ทำให้นางสงสัยว่าเจียงผิงอันจะใช้โอสถช่วยเพื่อทะลวงขอบเขต เพื่อที่จะได้เข้าร่วมการประเมินของสำนักเซียน
โอสถซึ่งสามารถพัฒนาการฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้มีผลข้างเคียง มันจะกดพรสวรรค์ของผู้ฝึกตน ผลร้ายมากกว่าผลดี
เจียงผิงอันกล่าวอย่างสุขุม “บางทีอาจเป็นเพราะข้าฝึกฝนวรยุทธ์เซียน สร้างเมล็ดพันธุ์เซียนแล้ว จึงทะลวงขอบเขตรวดเร็วก็เป็นได้”
เขาสุ่มหาเหตุผลมาตอบอย่างขอไปที
‘มาร