มืออะไรเลยอีกต่างหาก นี่มันเรื่องไร้สาระชัด ๆ!”
“คุณลุง ผมตรวจอาการบาดเจ็บให้ทนายหวังแล้ว และเขาไม่ได้เป็นอะไร” โจวอี้ยิ้ม
“คุณตรวจสอบแล้วเหรอ? คุณใช้อะไรตรวจล่ะพ่อหนุ่ม แค่มองและใช้มือลูบ ๆ คลำ ๆ แค่นั้นคุณจะตรวจสอบอะไรได้บ้าง!” ถังเจิ้นพูดอย่างโกรธเคือง
ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงไม่ฉุนเฉียวขนาดนี้
แต่โจวอี้… นี่คือลูกเขยของเขา
แค่เขาไม่ทุบตีลูกเขยตัวดีคนนี้ก็นับว่าบุญแล้ว แค่ดุด่าไม่กี่ประโยคจะเป็นอะไรไป จริงไหม?
เฉาซวี่อารมณ์เสียเมื่อได้ยินคำพูดของถังเจิ้น เขาจ้องมองชายชราตรงหน้าและพูดเสียงแข็ง “นี่คุณลุง! คุณกล้าสงสัยในทักษะทางการแพทย์ของหมอโจวได้ยังไง? อย่าว่าแต่ในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงของเราเลย แม้แต่ในมณฑลเจียงซูทั้งหมดก็ไม่มีหมอคนไหนเทียบกับหมอโจวได้ แม้แต่เครื่องมือตรวจสอบก็ไม่แม่นยำเท่าเขาด้วยซ้ำ!”
“ฮะ?!” ถังเจิ้นตกใจ
“ใช่! ถ้าหมอโจวบอกว่าคนเจ็บไม่เป็นอะไรมาก มันก็หมายความว่าไม่เป็นอะไรมากแน่นอน หมอโจววินิจฉัยได้แม่นยำกว่าเครื่องตรวจซะอีก!” เฉาซวี่พูดราวกับกลัวว่าถังเจิ้นจะไม่เชื่อ และยังพูดเสริมอีกครั้งว่า “หมอโจวมีอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ให้คำปรึกษากับผู้ป่วยโรคยาก ๆ ที่ซับซ้อน คนไข้ที่เป็นโรคยาก ๆ ทุกชนิดที่หมอคนอื่นรักษาไม่ได้น่ะ หมอโจวรักษาได้หมด ดังนั้นอย่าว่าแต่คุณเลย แม้แต่หมอในโรงพยาบาลของเราก็ไม่มีคนไหนที่กล้าตั้งข้อสงสัยในความสามารถของหมอโจว!”
“ฉัน…”
ถังเจิ้นไม่