เซี่ยหลู่ไม่คาดคิดว่าโจวอี้จะใจกล้าหน้าด้านทำแบบนี้ต่อหน้าสาธารณชน
เขาไม่ได้เล่นเกมตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป!
เซี่ยหลู่รู้สึกอึดอัดใจ แต่เธอแสร้งทำเป็นเขินอายเล็กน้อย ใช้พละกำลังมากมายเพื่อหยุดมือของโจวอี้ ก่อนจะลุกขึ้นและถอยห่างกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเธอด้วยรอยยิ้มหวาน
“ที่รัก เราไม่สามารถทิ้งอาหารให้สิ้นเปลืองแบบนี้ได้” เซี่ยหลู่หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอบคุณนะครับพี่น้อง” โจวอี้มองไปรอบ ๆ ฝูงชน จากนั้นก็หยิบตะเกียบและเริ่มลงมือกินอาหารหน้าตาเฉย
อาหารเช้าของโรงแรมนี้มีรสชาติอยู่ในระดับปานกลาง
เขากินไปได้นิดหน่อยก็วางตะเกียบลง
“อิ่มแล้วใช่ไหม เราไปกันเถอะ” โจวอี้หันไปพูดกับเซี่ยหลู่
“ไปสนามบินกับฉัน!” เซี่ยหลู่ลุกขึ้นทันที
“เธอจะไปทำอะไรที่สนามบิน?” โจวอี้ถาม
“ฉันเรียกให้คนของฉันจากเซินเจิ้นมาส่งของที่คุณต้องการแล้ว”
ฮะ?
แก่นวิญญาณพวกนั้นน่ะเหรอ?
โจวอี้จึงพยักหน้าตอบรับโดยไม่ลังเล
เวลานี้นอกโรงแรมกำลังมีฉากอลังการเกิดขึ้น นั่นคือมีรถ SUV สีดำสี่คันจอดรออยู่หน้าโรงแรม และอีกสองคันจอดอยู่ด้านหลังห่างไปอีกเล็กน้อยราวกับกำลังคุ้มกันอย่างลับ ๆ
โจวอี้และเซี่ยหลู่นั่งเคียงข้างกันภายในรถที่กว้างขวาง
“เธอกลัวความตายไหม?” จู่ ๆ โจวอี้ก็ถามขึ้นมา
“ฉันไม่กลัวความตาย แต่ฉันกลัวปัญหา” เซี่ยหลู่ยิ้ม
“เธอน่ะคือตัวปัญหา มีผู้คนมากมายอยู่รอบตัวเธอ แสดงว่าปัญหาที่อาจเกิดกับเธอไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ”
“