งเธอก็เพิ่มขึ้นมาก
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันกันเสร็จสรรพ ในที่สุดโจวอี้ก็หยิบบทขึ้นมาอ่านดูว่าต้องแสดงแบบไหน
เขารับบทเป็นตัวละคร ‘มารพิณหกนิ้ว’
เดิมทีตัวละครนี้เป็นคนประเภทที่มีทั้งดีและชั่วปะปนกัน มักกระทำการทุกอย่างตามอำเภอใจ
ต่อมา ตัวละครนำหญิงลำดับที่สองกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของตัวละครมารพิณหกนิ้ว และเป็นเพราะตัวละครนำหญิงลำดับที่สองนี่เองที่เปลี่ยนอารมณ์ของมารพิณหกนิ้วจนกลายเป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยมภายในโลกแห่งการต่อสู้
ตัวละครนี้มีฉากไม่เยอะ บทพูดก็มีไม่กี่บรรทัด
โจวอี้ได้อ่านบทที่ต้องแสดงซ้ำอยู่หลายครั้ง จากนั้นจึงพิจารณาบทบาทและอารมณ์ที่ควรแสดงออกมาเป็นพิเศษ
ตอนบ่าย
ทั้งเกาชงและหลี่เป่าเอ๋อมาหาเขา และไม่ว่าเขาจะเข้าใจบทบาทของ ‘มารพิณหกนิ้ว’ หรือไม่ ทั้งสองคนก็อธิบายเรื่องการวางแนวบทบาท ทักษะการแสดง และปัญหาที่ต้องให้ความสนใจให้เขาฟัง
แท้จริงแล้วโจวอี้เข้าใจบทบาทของ ‘มารพิณหกนิ้ว’ ได้อย่างถ่องแท้เรียบร้อยแล้วแต่เขาไม่ได้ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือจากเกาชงและหลี่เป่าเอ๋อ ดังนั้นระหว่างการอธิบายของพวกเขา โจวอี้ก็ได้แสดงความสามารถในการเรียนรู้ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้ทั้งสองรู้สึกว่าความสามารถในการเรียนรู้และความสามารถในการทำความเข้าใจของโจวอี้นั้นยอดเยี่ยมมาก
“หมอโจว ดื่มกาแฟครับ”
ที่มุมหนึ่งของกองถ่าย โปรดิวเซอร์จินหมิงเดินมาพร้อมกับกาแฟสองแก้วในมือ เขายิ้มแล้วยื่นแก