กและชื่นชมคุณจากใจ คุณมีเวลาหลังจากนี้ไหม? ฉันอยากจะเชิญคุณไปทานอาหารกับเรา” โจวอวิ๋นถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
“คุณป้าครับ วันนี้ผมคงต้องขอตัว ก่อนที่คุณจะมา ผมบอกกับซีชิงอิ่งเอาไว้แล้วว่าวันนี้ผมมีธุระอย่างอื่นที่ต้องทำอีก” โจวอี้ปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ถ้างั้นหมอโจวมีเวลาเมื่อไหร่ เราขอเลี้ยงอาหารคุณเพื่อแสดงความขอบคุณ…” โจวอวิ๋นพูด แต่แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงอะไรบางอย่างและพูดว่า “ทำไมคุณไม่หาเวลามาที่บ้านของเราเย็นนี้ล่ะ? ฉันจะเตรียมโต๊ะอาหารเอง และพ่อของซีชิงอิ่งก็มีไวน์ชั้นดีอยู่สองสามขวด คุณน่าจะลองมาดื่มดูสักหน่อย”
“คุณป้า ไม่จำเป็น ผม…”
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน ชิงอิ่ง ลูกได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม คืนนี้เราเชิญหมอโจวมาที่บ้าน แม่จะออกไปซื้อของเดี๋ยวนี้แหละ” โจวอวิ๋นพูดโดยไม่ให้เวลาโจวอี้และลูกสาวของเธอได้ปฏิเสธ เธอหันหลังกลับและรีบเดินออกไป
“ผม…” โจวอี้มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายพลางอ้าปากค้าง แต่ก็อายเกินกว่าที่จะยืนกรานปฏิเสธอีกครั้ง
ซีชิงอิ่งยังแสดงอาการหมดหนทาง แต่เมื่อมองไปที่การแสดงออกอันยุ่งเหยิงของโจวอี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“เจ็บแขนหรือเปล่า?” ซีชิงอิ่งถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เลย ไม่เจ็บ” โจวอี้ยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว
“คุณคิดอะไรอยู่เหรอ? หรือว่าคุณรู้สึกหดหู่มากที่แม่ของฉันเข้าใจคุณผิด?”
“มันไม่ได้น่าหดหู่อะไร ตรงกันข้าม ผมค่อนข้างเข้าใจเธอนะ ยังไงซะ ผมก็มีลูกสาวเหมือนกัน ถ้าผม