ธอได้ เธอก็ยินดีที่จะจ่าย
ในไม่ช้า โจวอี้ก็ได้พบกับผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษา
บนเตียงขนาดใหญ่อันกว้างขวางและสะอาดสะอ้าน เวลานี้มีหญิงชราท่าทางใจดีนอนอยู่ เธอลืมตามองเพดานอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าของเธอซีดขาวราวกับกระดาษ ทว่าริมฝีปากของเธอเป็นสีม่วงจนเกือบดำ
เวลานี้ยังมีคนอีกสองคนอยู่ในห้อง คนหนึ่งเป็นชายชราที่มีใบหน้าซีดเซียว ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคนที่ดูมีอายุมากกว่า 40 ปี แต่มีสีหน้าสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ธรรมดา
“คุณคือหมอโจวใช่ไหม ผมชื่อหยวนตงลู่ คนไข้คือแม่ของผมเอง” ชายวัยกลางคนยื่นมือออกไปจับมือกับโจวอี้พร้อมเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับคุณหยวน” โจวอี้จับมือกับอีกฝ่ายและมองไปที่หญิงชราอีกครั้ง “ช่วยบอกผมเกี่ยวกับอาการของคนไข้ได้ไหมครับ?”
“แม่ของผมล้มป่วยไปเมื่อเจ็ดวันก่อน ตอนแรกมีไข้และปวดหัวมาก ตอนนั้นผมพาแม่ไปโรงพยาบาลแต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ ทำได้แค่ให้กินยาลดไข้ สามวันต่อมา อาการไข้ก็ดีขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนแอลงมาก ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่เธอลุกออกจากเตียงไม่ได้” หยวนตงลู่กล่าว
“มีอาการอะไรอีกไหมครับ?”
“เพราะแม่ของผมไม่สามารถกินหรือดื่มได้มาสามสี่วันแล้ว เราก็เลยให้อาหารทางสายยาง”
“เธอเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”
“เกินสองวันแล้ว…เดี๋ยวนะ” หยวนตงลู่หันไปถามคนอื่น ๆ ว่า “แม่ของฉันไม่ได้หลับตามานานกว่าสองวันแล้วเหรอ?”
เมื่อเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหานี้ ทั้งชายชราและหยวนโหรวก็มีสีหน้าย่ำแย่
ส