“จริงหรือ? ทรัพยากรที่เจียงผิงอันขาย แท้จริงมหาจักรพรรดิเหลือไว้ให้ปวงชนหรือ?”
“เจียงผิงอันสมควรตาย มิน่าเล่าจึงเติบโตไวนัก ที่แท้เขาก็แอบฮุบทรัพยากรของเราไปฝึกฝน เอามาขายคืนแลกทรัพยากรเราไปอีก!”
“ทุกขุมกำลังผนึกฤทธิ์ ชิงทรัพยากรของเราคืนมากัน!”
ทันทีที่ข่าวจากหอตำราเทียนเต้าถูกปล่อย คลื่นเสียงก่นด่าก็ดังระงม
ธรรมชาติมนุษย์นั้นเห็นแก่ตัว หลายบุคคลหาได้เคลือบแคลงความจริงเท็จไม่
ยังมีคนบางพวกเช่นกันที่แม้รู้ความจริงก็ยังทำเป็นไม่รู้ ไหลตามกระแสคิดสร้างผลประโยชน์
ทรัพยากรมากมายเพียงนี้ ใครก็อยากได้ส่วนแบ่ง
หลายขุมกำลังลอบสุมฟืน ทำให้เจียงผิงอันเป็นเป้าก่นด่าของสาธารณชนอยู่เบื้องหลัง
เจียงผิงอันหาได้สนใจเรื่องนี้ไม่ หากคำอธิบายใช้การได้ โลกนี้คงไม่มีเรื่องอย่างข่าวลือแล้ว
ปวงชนเชื่อเพียงสิ่งที่พวกตนคิดว่าคือสัจธรรมเท่านั้น
และ ‘สัจธรรม’ นี้ก็ขึ้นกับผลประโยชน์ของตัวเอง
หลังเสี้ยมสุมไม่กี่ปี เจียงผิงอันก็เปลี่ยนจากวีรชนผู้พิชิตเผ่าปีศาจมาเป็นโจรชั่ว
คนเหล่านี้คิดว่าเจียงผิงอันใช้ทรัพยากรของพวกตนในการฝึกฝน เห็นแก่ตัวยิ่ง
“ข้าโมโหนัก! โมโหจะตายอยู่แล้ว!”
ที่ทางเข้าตำหนักเจ้านิกายเทวมาร หญิงร่างเพรียวบางนางหนึ่งเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามา หางสีขาวฟูฟ่องทั้งเก้าพองชี้
ใบหน้าของนางจิ้มลิ้มพริ้มเพรา องคาพยพได้รูป คิ้วโก่งเรียวสวย คู่เนตรสุกใสเปี่ยมปัญญา ดูประหนึ่งดวงดาวอันเรืองสว่างเกินใครกลางราต