้องขอความเมตตาในทันที
เขาไม่กลัวอะไรเลยนอกจากคนป่าเถื่อนที่เทือกเขาเมิ่งหลาน
คนเหล่านั้นมักเพ่งเล็งเขาเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เขาและหลันเสวียนอยู่ด้วยกัน สายตาของคนเหล่านั้นราวกับว่าอยากจะฉีกเนื้อลอกหนังของเขาออกทั้งเป็น แค่เดินคุยกันเองนะ! ถ้าขืนเขาและหลันเสวียนมีลูกด้วยกันขึ้นมา คนพวกนั้นจะต้องคลั่งแน่ ๆ แค่นึกถึงฉากที่คนเหล่านั้นคลั่งเพราะความโกรธขึ้นมามันก็ทำให้โจวอี้รู้สึกหนาวไปถึงสันหลังแล้ว
“พวกเขาไม่กล้าหรอก!” หลันเสวียนกล่าวด้วยความโกรธ
“พวกเขาไม่กล้าทำอะไรเธอ แต่กล้าที่จะทำกับฉัน!” โจวอี้รู้สึกอยากสูบบุหรี่ทันทีที่คิดเรื่องนี้ เขาจุดบุหรี่และสูดควันเข้าปอดอย่างแรง
หลันเสวียนตะคอกและถามว่า “มีศัตรูอยู่รอบตัวนายใช่ไหม ถ้านายบอกฉัน ฉันจะแก้ปัญหาให้นายทั้งหมดเลย”
“ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามีอีกไหม” โจวอี้ไม่แน่ใจ
“น่าเสียดาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันเพิ่งทะลวงระดับการบ่มเพาะมาได้ ฉันกำลังอยากหาใครสักคนมาทดสอบ!” หลันเสวียนเก็บดาบยาวเข้าฝักและถามว่า “นายแน่ใจนะว่าไม่ต้องการกลับไปที่ภูเขากับฉัน?”
“ไม่กลับ!” โจวอี้ส่ายหัว
“ก็ได้! ถ้านายถูกพวกมันฆ่า ฉันจะล้างแค้นให้” หลันเสวียนพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
โจวอี้มองตามแผ่นหลังของเธอและชูนิ้วกลางใส่อย่างเงียบ ๆ
“ผมยังไม่ตายเหรอ?” เสียงแผ่วเบาดังมาจากในรถ
โจวอี้หันกลับมาและพบว่าเฉิงฮ่าวซึ่งหมดสติได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
แต่อีกฝ่ายหน้าซีดมาก
“ยังไม่ตาย แต่เฉียงจ