เจียงผิงอันยืนตรงหน้ารูปสลักสูงตระหง่าน มองผู้อาวุโสท่านนี้
รูปสลักของราชันศักดิ์สิทธิ์ไร้ใบหน้า ถูกอำนาจลึกลับปกคลุม มิอาจพินิจบรรลุ ราวเป็นข้อห้ามในฟ้าดิน
เมื่อยืนตรงหน้ารูปสลักเหล่านี้ แรงกดดันดุจดาราโถมลงใส่ก็พุ่งปะทะหน้า
นี่เป็นครั้งที่สองที่เจียงผิงอันเผชิญคู่ต่อสู้ร่วมขอบเขตที่ให้แรงกดดันถึงเพียงนี้
บุคคลก่อนคือภาพวาดมหาจักรพรรดิ
แต่ภาพวาดมหาจักรพรรดินั้นเป็นภาพที่มหาจักรพรรดิวาดขึ้นสุ่ม ๆ ยามเยาว์วัย มิได้มีพลังมากมายอะไรนัก
แต่รูปสลักนี้แตกต่าง มันบรรจุพลังต่อสู้ยามสมบูรณ์พร้อมของราชันศักดิ์สิทธิ์ในขณะนั้นไว้
กล่าวได้ว่า หากรูปสลักศิลาของราชันศักดิ์สิทธิ์ประมือในขอบเขตเดียวกันกับภาพวาดของมหาจักรพรรดิ ผู้ชนะจะเป็นรูปสลักศิลาแน่นอน
ราชันศักดิ์สิทธิ์ยืนเคียงบ่ากับมหาจักรพรรดิ ผสานระบบฝึกฝนของสองภพเข้าด้วยกัน ด้วยความช่วยเหลือของอ่างสัมฤทธิผล เขาก็กลายเป็นบุคคลล ้าเลิศเหนือใครถัดจากมหาจักรพรรดิ
อันที่จริง เจียงผิงอันและราชันศักดิ์สิทธิ์ก็เคยพบกันมาก่อน
ยามเขาสร้างขอบเขตแรก ศัตรูคนแรกที่เขาได้พบก็คือภาพฉายที่ราชันศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไว้
แน่นอน นั่นเป็นเพียงภาพฉายที่ทิ้งไว้โดยคลื่นพลังกฎเกณฑ์พลังต่อสู้มิได้แข็งแกร่งอะไร
เหตุที่เจียงผิงอันปลุกพลังวิญญาณได้ ก็เป็นเพราะแรงกดดันจากจิตมารของราชันศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “โปรดชี้แนะด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนก็ฮาครืน เจ