ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังออกมา ทุกคนจึงหันมองหน้ากัน
ชายชราถือไม้เท้าดูโกรธจัดและรู้สึกว่าโจวอี้กำลังหัวเราะเยาะตน
“เจ้าหนู โอหังเกินไปรึเปล่า” ชายคนนั้นพูดและกำลังจะลงมือ
“ไม่ ไม่ ไม่ คุณเข้าใจผิดแล้ว” โจวอี้รีบโบกไม้โบกมือและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ “ผมขอถามชื่อยารักษาอันล้ำค่าที่คุณจะให้ได้ไหม”
“ยาบำรุงจิตวิญญาณ” ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ฟู่… แค่ก ๆ ยาดี ๆ เป็นยาดีจริง ๆ ด้วย ขอบคุณที่ช่วยนะครับ แต่ทีหลัง… หึ” โจวอี้รู้สึกขบขัน เมื่อลูกสาวของตนเป็นหวัด เขาก็ให้ยาบำรุงจิตวิญญาณแก่เธอ
ล้ำค่า?
อาจมีค่าในสายตาคนอื่น
แต่ในสายตาของชายหนุ่ม ยาบำรุงจิตวิญญาณเป็นยาที่เลวร้ายมาก เพราะมันสามารถสกัดออกมาเป็นรูปแบบเจลลี่แล้วให้ผู้ป่วยกินได้ง่าย ๆ
“บ้าจริง แกกล้าล้อเลียนฉันเหรอ” แววตาของชายชราเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่ทันไรเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าโจวอี้ในชั่วพริบตา
ไม้เท้ากลายเป็นลำแสงซ้อนทับกันกวาดไปทางโจวอี้ราวกับปิดกั้นผืนฟ้าและสุริยา
“ถ้าคุณไม่เห็นด้วย งั้นผมคงต้องลงมือ แต่ดูเหมือนพลังของคุณจะน้อยไปหน่อย!” โจวอี้พูดไปแบบนี้ แต่ในใจกลับระวังตัวเป็นอย่างดี ด้วยปราณแก่นแท้ในร่างพลุ่งพล่าน มือของเขาดูเหมือนจะอืดอาดและอ่อนแอ แต่พวกมันเหมือนผีเสื้อโบยบินรอบ ๆ หมู่มวลดอกไม้
วินาทีถัดมา
โจวอี้ถอยไปหลายก้าวเพื่อให้ยืนหยัดทรงตัวได้
แม้ว่าชายชราจะถอยหลังไปสองก้าว แต่เขาพุ่งไปที่ชายหนุ่มอีกครั้งด้วย