ภายในห้องอาหารนั้นเงียบกริบทันใด
ไม่ว่าจะเป็นฉินฮุ่ยเฟิน เหม่ยหลาน หรือถังเจิ้นที่บังเอิญเดินเข้ามา พวกเขาทั้งหมดต่างมองไปที่ถังหว่าน
ความแตกแล้ว!
ถังหว่านแอบร้องไห้อยู่ในใจ เธอมองลูกสาวและพูดอย่างไม่พอใจว่า “เหมียวเหมี่ยวอย่าพูดไร้สาระ! นั่งลงแล้วกินข้าวไปเงียบ ๆ”
“ฮึกก…”
ถังเหมียวเหมี่ยวตัวสั่นด้วยความตกใจ เด็กหญิงไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิดจึงร้องไห้ออกมา
“อย่าร้องไห้…” ถังหว่านพูด
“ลูกพูดอย่างนี้ได้ยังไง ตัวเองอายุตั้งเท่าไหร่แล้ว ทำไมถึงมาว่าหลานแบบนี้!?” ฉินฮุ่ยเฟินจ้องถังหว่านตาเขม็ง เธอดึงเหมียวเหมี่ยวเข้ามากอดไว้พลางเช็ดน้ำตาให้หลานสาว “เหมียวหมี่ยว บอกคุณยายหน่อยว่าพ่อของหนูอาศัยอยู่ที่บ้านหลังถัดไปใช่ไหม? อาหารเช้าของเขาอร่อยกว่าของคุณยายอีกเหรอ?”
“ฮือฮือ พ่อหนู ฮือฮือ… อร่อย… พ่อหนูทำอาหารเก่งมาก อร่อยมาก” ถังเหมียวเหมี่ยวร้องไห้ไปด้วยพูดไปด้วย
“เหมียวเหมี่ยว…” ถังหว่านพยายามหยุดเธอ
“หุบปาก!” ดวงตาของฉินฮุ่ยเฟินกลายเป็นดุร้าย เธอเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบคู่หนึ่งขึ้นแล้วชี้ใส่ถังหว่าน “บอกแม่มาตรง ๆ นะว่าสารเลวแซ่โจวมาที่จินหลิงรึเปล่า เขาอยู่บ้านข้าง ๆ ใช่ไหม!?”
“แม่อย่าไปฟังที่เหมียวเหมี่ยวพูด…”
“ลูกยังคิดจะปิดบังแม่อีกเหรอ? แม่มาที่นี่ทีไร เหมียวเหมี่ยวไม่เคยพูดถึงพ่อของเธอเลย แต่คราวนี้แค่สองวัน! เธอพูดถึงมันไปกี่ครั้งแล้ว ถังหว่าน เดี๋ยวนี้ลูกชักปีกกล้าขาแข็ง คิดโกหกแม