หยิบบุหรี่สามมวนออกมา
เท่านั้นยังไม่พอ เขาวางขวดไวน์ลงหน้าเถี่ยหยาง ถามใหม่ว่า “ตอนนี้นายยังเกลียดฉันอยู่หรือเปล่า”
บุหรี่สามมวน?
ไวน์หนึ่งขวด?
เถี่ยหยางชักจะกลัว ความเกลียดชังในดวงตาของเขาถูกแทนที่ด้วยความกลัวไปแล้ว
เขาคิดว่าตนเป็นคนโหดเหี้ยม ไม่กล้าตาย แต่ความจริงก็แค่ไม่เคยเผชิญกับความตายอย่างใกล้ชิดมาก่อน
ในเวลานี้ เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าหากตอบประโยคถัดไปไม่ถูกต้อง อีกฝ่ายจะไม่ใช่แค่หักแขนขาของเขาแล้ว แต่อาจจะถึงขั้นฆ่า
“ฉันไม่เกลียดแล้ว” เถี่ยหยางเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“น่าเสียดาย…”
โจวอี้ดูผิดหวัง เขาเหยียบบุหรี่ทั้งสามมวน กระดกไวน์ลงคอแล้วโบกมือให้เกาจ้านเหวิน
การแสดงออกของเกาจ้านเหวินนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อน หัวใจประดังประเดด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ขนาดเห็นเถี่ยหยางยอมแพ้ก็ยังไม่รู้สึกรังเกียจอะไร
เพราะเขารู้ว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับเขา เขาก็คงยอมแพ้เช่นเดียวกับเถี่ยหยาง
อยู่ดีกว่าตาย!
ชายผู้โหดร้ายที่ชื่อโจวคนนี้กล้าฆ่าคนจริง ๆ
เกาจ้านเหวินพยุงเถี่ยหยางออกจากห้องโถงอย่างเร่งรีบโดยไม่กล้าที่จะทิ้งคำขู่
“ขอบคุณครับพี่หลี่” โจวอี้หยิบบัตรวีไอพีทองคำสีกุหลาบออกมา ชายหนุ่มเขย่าบัตรต่อหน้าหลี่หงอี้ด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะวางมือบนไหล่ของหลินเหว่ย แล้วเดินออกไป
หลี่หงอี้เข้าใจแล้ว เหตุผลที่โจวอี้ช่วยเขาในคืนนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องมิตรภาพ แต่เพราะตอบแทนที่ตนที่มอบการ์ดวีไอพีให้เขา
เฉิงห่าว