ุณจะคิดให้ดีก่อนพูดอีกครั้ง” จ้าวฉางชุนก้าวถอยหลังไป ทว่าดวงตาของเขากลับดุเคร่งขรึมมากขึ้น
ฟุ่บ!
พริบตาเดียว ชายวัยกลางคนร่างกำยำก็ปรากฏตัวต่อหน้าจ้าวฉางชุนพร้อมกับหมัดที่ชกเข้าใส่ จ้าวฉางชุนหงายหลังในทันที ขาของชายคนนั้นเตะซ้ำที่เอวของเขา จนกระเด็นออกไปห้าหรือหกเมตรโดยตรง
“เถี่ยหยาง!”
หูเว่ยจวินผุดลุกขึ้นยืนและตะโกนทันที
ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่รู้จักในชื่อ ‘เถี่ยหยาง’ หันมายิ้มให้หูเว่ยจวิน ก่อนจะกลับไปรับมือกับชายร่างใหญ่ทั้งแปดที่วิ่งดาหน้าเข้ามา
เถี่ยหยางลงมือฉับไว ซ้ำยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย
ทุกกระบวนท่าที่ปล่อยออกไป ชายร่างใหญ่ทั้งแปดคนไม่อาจสู้เขาได้เลย กลายเป็นว่าฝ่ายหลังถูกทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวจนคร่ำครวญ
จ้าวฉางชุนจับเอวที่บาดเจ็บและพยายามลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่าทั้งแปดคนล้มลง เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บ จ้าวฉางชุนหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความ
ในไม่ช้า รปภ. นับสิบคนก็วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับกระบองไฟฟ้า
ใบหน้าของหลี่หงอี้มืดมนทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง ดวงตาเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน
“บอส…”
ริมฝีปากของจ้าวฉางชุนสั่นเทา แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพราะความเจ็บปวดที่คาง
หลี่หงอี้พยักหน้าให้ แล้วดวงตาที่เย็นชาก็หันไปมองหูเว่ยจวินกับชายร่างกำยำสองคนบนโซฟา
“เถี่ยหยาง ผู้สืบทอดมวยตระกูลเถี่ย ศิษย์ของชายชราที่มีแขนข้างเดียวจากทางเหนือ คุณไม่คิดตัวเองไร้มารยาทเกินไปหน่อยเหรอ