จ ผมจะให้ซองแดงใบใหญ่แก่คุณ” เฉิงฮ่าวกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ไม่เอาน่า!” โจวอี้เอนกายลงบนโซฟาพลางกลอกตาและยิ้ม
“ฮะ ๆ นั่นสินะ”
โจวอี้และเฉิงฮ่าวเข้ากันได้อย่างง่ายดาย
เพราะความเป็นผู้ใหญ่ มั่นคง อารมณ์ขัน และไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์และความเข้าใจ หรือสิ่งที่เขาแสดงออก โจวอี้ก็รู้สึกเหมือนได้อยู่ในสายลมฤดูแห่งใบไม้ผลิ
การสนทนาระหว่างคนทั้งสองเป็นไปอย่างยาวนาน กระทั่งรู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่ม และคนขับรถของเฉิงฮ่าวก็ได้มาส่งโจวอี้ที่บ้าน
วันถัดมา…
ถังหว่านไม่ได้มาทานอาหารเช้า เธอไปบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่ โจวอี้จึงส่งลูกสาวไปโรงเรียน
ใช่!
นี่มันว่าง…ว่างเกินไป!
โจวอี้เป็นคนประเภทที่ไม่สามารถอยู่เฉย ๆ ได้
วันนี้ไม่ต้องเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาล แถมตอนนี้บ้านก็เงียบ
เวลานี้ไม่มีลูกและไม่มีภรรยา เพื่อนบ้านและเพื่อน ๆ ของเขายังคงพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะไปหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลา
“เอาล่ะ ไปสอบใบขับขี่กันเถอะ!”
โจวอี้จำเรื่องนี้ได้ในทันใด และหัวใจของเขาก็พลันอบอุ่นขึ้นในทันที
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาหวงไห่เทา แต่ก็ไม่มีใครรับสายเลยแม้จะโทรไปอีกหลายครั้งก็ตาม…
ผู้ชายคนนั้นคงไม่ได้คิดจะเล่นตุกติกอะไรกับเขาใช่ไหม?!
โจวอี้เลิกคิดที่จะติดต่ออีกฝ่าย เขายืนอยู่ที่ประตูโรงเรียนอนุบาลและคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจไปยังที่ที่คุ้นเคย…
โรงน้ำชาปาซาน
คราวนี้โจว