เมื่อเห็นความพินาศของเผ่ามารอันยิ่งใหญ่กับตา ความตกใจนี้ก็บรรยายได้เพียงสองพยางค์
สิ้นหวัง
ความแข็งแกร่งของยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามเหล่านี้เกินคาดคิดของพวกเขาไปไกลลิบ
เซียน! ตัวตนเหล่านี้ต้องเป็นเซียนแน่ ๆ!
โลกนี้มีเซียนอยู่!
มารสวรรค์เช็ดเลือดจากปาก กวาดตามองผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายอย่างเย็นเยียบ
ทุกผู้ปราชันสงครามเย็น สิ้นหวังราวจมดิ่งสู่ขุมนรก
เผชิญหน้าตัวตนเช่นนี้ หนีหายก็ไร้ประโยชน์
“ภาวนาให้ดีเถิดว่ากู่ตี้จะไม่ตายในศึก หาไม่ จุดจบของพวกเจ้าจะเหมือนเผ่ามาร”
มารสวรรค์ทิ้งวาทะนี้ไว้เสียงเย็น ก่อนจะหันกลับเข้าหลุมดำไป
ตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬอื่น ๆ ตามไป
หมัวล่วนหันไปกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “ยามเจ้าจะมาขอให้เราเขตแดนมารมืดทมิฬช่วยทะลวงขอบเขต อย่าลืมคลานเข่ามาเล่า หาไม่ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะช่วย”
เจียงผิงอันฝึกฝนมารสวรรค์เก้าแปร หากไม่มีวิชาลับพิเศษของพวกมันเขตแดนมารมืดทมิฬ เขาก็หมดหวังงอกรากเซียน
นี่หมายความว่าอย่างมาก เจียงผิงอันก็ฝึกฝนได้เพียงเคล็ดพลังซึ่งก็คือขอบเขตบูรณาการ มิอาจคืบหน้าการฝึกฝนมากกว่านี้
เมื่อตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬหายลับ หลุมดำก็ปิดตัว
เฉียนฮวั่นโหรวลดกระบี่ประหารเซียนในมือลง
แม้นางจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะมิกล้าลงมือง่าย ๆ ก็มิได้หมายความว่าจะไม่ลงมือเลย นางเองก็อยู่ในแรงกดดันยามเผชิญยอดฝีมือระดับเซียนเหล่านั้นเช่นกัน
สิ่งที่ผู้อื่นเผชิญมิใช่เรื่องเรียบง่ายเพียงแรงกดดั