สิทธิ์ที่จะรู้ว่าพวกเราเป็นใคร แกแค่ต้องบอกมาว่าวันนี้แกทำร้ายพี่สาวของฉันทำไม ที่สวนสัตว์นั่นน่ะ?!” จางจื่อเฉียงถามอย่างดุดัน
“แล้วพี่สาวคุณเป็นใคร?” โจวอี้แสร้งถามด้วยสีหน้าใสซื่อ
“อย่ามาทำเป็นโง่ เราอยู่ในสวนสัตว์มาหลายชั่วโมงแล้ว แกออกมาพร้อมกับยัยหนูตัวน้อยในอ้อมแขน แกทุบตีใครไปบ้าง จำไม่ได้หรือไง?!” จางซื่อเฉียงตะโกนด่าทออย่างโกรธเคือง
“อ๋อ…ผมจำได้แล้ว คุณหมายถึงทั้งสามคนในครอบครัวที่เอาแต่ร้องไห้และหัวเราะสินะ ใช่ ผมทุบตีพวกเขา เกิดอะไรขึ้นเหรอ พวกคุณอยากเป็นแบบพวกเขาเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไอ้เวรนี่ปากดี…!!!!”
จางจื่อเฉียงตวาด เขาถือแท่งเหล็กและเตรียมจะพุ่งไปทุบที่หัวของโจวอี้
ทว่าเมื่อแท่งเหล็กอยู่ห่างจากหัวของโจวอี้เพียงสองคืบ ชายหนุ่มก็ทุบเข้าที่ท้องของจางซื่อเฉียงด้วยหมัดหนัก ๆ
ในขณะที่อีกฝ่ายงอตัวลงและเซถอยหลัง โจวอี้ก็เตะเข้าที่แก้มอีกครั้ง และนั่นทำให้ร่างของอีกฝ่ายกระเด็นห่างออกไปหลายเมตรทันที
จางจื่อเฉียงกุมบาดแผลตัวเอง ก่อนจะหันไปด่าลูกน้อง “แค่ก ๆ! ไอ้พวกลูกหมา! แกจะรอให้ฉันโดนรุมจมกองเท้ามันหรือยังไง?!!”
“…เฮ้ย! พวกเราลุย!!”
“แต่…แต่พี่ใหญ่!”
“ไปหักขามัน! ให้มันต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต!!”
“…”
ชายฉกรรจ์ที่เหลือตะโกนขานรับ และถือแท่งเหล็กกับมีดพร้าพุ่งมาหาโจวอี้
โจวอี้กำหมัดแน่นและเริ่มขยับกายทันที ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจแท่งเหล็กและมีดพร้าพวกนั้น เขาจัดการ