“ข้าชื่ออวี้เมิ่งเมิ่งไงเล่า”อวี้เมิ่งเมิ่งกล่าว รู้สึกว่าหลังจากลู่หยางได้ยินชื่อของนางแล้วปฏิกิริยาของเขาช่างแปลกประหลาด ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนชื่ออวี้เมิ่งเมิ่งจริงๆ งั้นหรือ?นั่นมันไม่ใช่ชื่อปลอมที่ศิษย์พี่ใหญ่ใช้ตอนปลอมตัวเป็นประมุขลัทธิสวรรค์หรอกหรือ?ลู่หยางพินิจมองคุณหนูหยุนอย่างละเอียด คิดในใจว่าชื่อของหญิงสาวผู้นี้ช่างน่าสนใจ ซ ้ากับชื่อปลอมของศิษย์พี่ใหญ่เสียอย่างนั้น“ท่านรู้จักข้าหรือ?” อวี้เมิ่งเมิ่งถามอย่างลังเล รู้สึกว่าแววตาของลู่หยางที่มองนางขึ้นๆ ลงๆ นั้นไม่เหมือนคนดีเท่าไรนัก“ไม่รู้จักหรอก แต่ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ มันซ ้ากับบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง หากเจ้าออกไปข้างนอกใช้ชื่อนี้ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้”“บุคคลสำคัญอย่างไรหรือ?” อวี้เมิ่งเมิ่งคิดในใจว่าชื่อของตนช่างเป็นชื่อที่พบได้ทั่วไปเช่นนั้นหรือ ถึงได้ซ ้ากับบุคคลสำคัญ
ลู่หยางย่อมไม่อาจบอกได้ว่าเจ้าชื่อซ ้ากับชื่อปลอมของประมุขพวกเรา ตอนนี้ตัวตนของเขาคือศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า ไม่ใช่รองประมุขลัทธิสวรรค์“เวลานี้ น่าจะมีการเล่านิทานอยู่”ลู่หยางเปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า ฟังเสียงรอบข้าง แยกแยะโรงน ้าชาที่มีการเล่านิทานออกจากเสียงอึกทึกโดยรอบถนนสายนี้เป็นถนนสายหม้อไฟ ถัดไปก็เป็นถนนอาหารว่างถนนของเก่า เป็นต้น แถบนี้มีโรงน ้าชามากมาย“ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปฟังนิทาน แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”สองคนเดินวกวนไปมาจนมาถึงโรงน ้าชาแห่งหนึ่ง