ลู่หยางสั่งชาชั้นดีที่สุดหนึ่งกา พร้อมขนมเต็มโต๊ะ เชิญอวี้เมิ่งเมิ่งฟังนิทาน“…เล่ากันว่าในศึกเมืองฮั่นสุ่ยครั้งนั้น ผู้สูงส่งยุคโบราณทั้งสององค์ใช้ฝันเป็นวิถี ดึงชาวเมืองฮั่นสุ่ยนับแสนเข้าสู่ภวังค์ฝัน จัดการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าแย่งชิงการสร้างสรรค์จากฟ้าดิน”“…แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีบุคคลหนึ่งสามารถบุกเข้าสู่โลกในความฝันที่ผู้สูงส่งทั้งสองสร้างขึ้น บุคคลนั้นเดินอย่างไม่เร่งรีบในโลกแห่งความฝัน ไม่สนใจผู้สูงส่งทั้งสองแม้แต่น้อย!”
“ผู้สูงส่งทั้งสองเมื่อเห็นบุคคลผู้นั้น ต่างรู้สึกราวกับเผชิญศัตรูยิ่งใหญ่ เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผาก ใช้เสียงแหบแห้งถามว่า ‘ท่านเป็นใครกัน?!'”“บุคคลผู้นั้นเพียงแค่ชำเลืองมองผู้สูงส่งทั้งสองครั้งหนึ่ง ผู้สูงส่งทั้งสองก็รู้สึกเหมือนตกลงในบ่อน ้าแข็ง ราวกับคนนอกขอบเขตที่ได้เห็นฟ้าสวรรค์”“บุคคลผู้นั้นใช้น ้าเสียงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนิรันดร์แนะนำตัวเอง‘ประมุขลัทธิสวรรค์ อวี้เมิ่งเมิ่ง'”เสียงหายใจเฮือกดังขึ้นจากทุกทิศทาง แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกค้าโรงน ้าชาได้ยินตอนนี้ แต่เมื่อได้ฟังฉากที่ประมุขลัทธิสวรรค์อวี้เมิ่งเมิ่งปรากฏตัวอีกครั้ง ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเฉียบขาดที่ตัดผ่านกาลเวลานับหมื่นปีจากถ้อยคำเพียงสองสามคำ“…อีกเรื่องคือศึกทะเลตงไห่ เซียนองค์หนึ่งก้าวออกมาจากหมอกสีเทา ทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงอานุภาพฟ้าดิน ต้องการสังหารบรรพบุรุษโบราณตระกูลมังกร หนึ่งในสี่เ