ยงอ่อนโยน“ใช้วิธีที่ข้าสอนเจ้า ก่อนจะส่งจิตสัมผัสเข้าไปในก้อนหยกนะ”
“เมี่ยวอีทราบเจ้าค่ะ”
เจียงเมี่ยวอียิ้มหวาน
ทั้งสองเริ่มศึกษา ‘มารสวรรค์เก้าแปร’
ก่อนเจียงผิงอันจะฝึกฝน เขาลอกวรยุทธ์ไว้อีกชิ้นเพื่อเก็บไว้ให้เสี่ยวเซียงซึ่งก็ต้องการวรยุทธ์เซียนอยู่เช่นกัน
จิตสัมผัสของเขาเข้าตรวจสอบ กฎเกณฑ์ปริศนาอันลึกลับหลากเข้าสู่ใจ ทุกอักขระล้วนมิอาจรับรู้ แต่ก็เข้าใจความหมายของมันได้
‘มารสวรรค์เก้าแปร’ มีทั้งสิ้นเก้าขั้น
ขั้นแรก หรือก็คือแปรแรก คือพ้นสามัญ
วาดอักขระในร่าง ใช้อำนาจฟ้าดินชำระกาย ขจัดร่างสามัญทิ้งไป
ขั้นสองคือกระตุ้นร่างเทวะ
ขั้นสาม ก่ออำนาจเซียน
เห็นเช่นนี้ สีหน้าของเจียงผิงอันก็ดูพิกล
เขาไม่มี ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ แต่ก็บรรลุสามขั้นแรกไปแล้ว
ขั้นที่สี่เริ่มแตกต่างออกไป
ขั้นที่สี่มีชื่อว่า ‘เมล็ดพันธุ์เซียน’
ใช้พลังเซียนและกฎเกณฑ์ที่บรรลุปลูกเมล็ดพันธุ์ในกาย ยามเมล็ดพันธุ์นี้งอกเงย ก็จะเข้าสู่ขั้นที่ห้า รากเซียน…
เจียงผิงอันเชื่อว่านี่คือระบบการฝึกฝนของเขตแดนมารมืดทมิฬ
แตกต่างจากระบบฝึกฝนทั่วไป จุดเริ่มต้นของระบบนี้สูงยิ่ง ต้องมีพรสวรรค์แข็งแกร่งสุดขั้วจึงฝึกฝนได้ ไม่เหมาะกับคนทั่วไปเลย
คนจากเขตแดนมารมืดทมิฬบอกว่าบุตรีเขามีร่างเซียนมาร จึงสามารถฝึกวรยุทธ์นี้ได้
คนชั่วจากเขตแดนมารมืดทมิฬนั่นคิดชิงร่างบุตรีเขา เจียงผิงอันก็รู้ว่าพรสวรรค์ของบุตรีเขาสูงแค่ไหน
ยามเจียงผิงอันพินิจ ‘มารสว