เจียงผิงอันคิดฉีกสุญตาจากไป แต่ก็พบว่าทั่วทิศถูกผนึกมิติ มิอาจพ้นออกไปได้
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ยอดสมบัติชิ้นนี้ผนึกสุญตาได้ กระทั่งยันต์สื่อสารยังใช้ไม่ได้เลย”
เถียนซีอารมณ์ดีสุดขีด เหมือนหมาป่าโหยน ้าลายหกยามพบกระต่าย
ยามเจียงผิงอันเห็นเถียนซีครั้งแรก เขาจำนางไม่ได้
นางเคยเป็นหญิงงามล ้า แต่บัดนี้น่าสะอิดสะเอียนยิ่ง
เรื่องน่าแปลกก็คือ ไฉนนางจึงมีสติ?
ผู้กลายพันธุ์คนอื่น ๆ ล้วนสิ้นสติ โจมตีผู้อื่นมั่วซั่ว ไฉนกันนางจึงแตกต่าง? คนอื่น ๆ รอบตัวนางก็ดูจะมีสติเช่นกัน
“การกลายพันธุ์นี้เป็นฝีมือของพวกเจ้า เคหาสน์เทพจันทราหรือ?”
เจียงผิงอันพอจะเดาอะไรได้
เถียนซีมิได้ตอบคำถาม แต่เย้ยขึ้นว่า “ยามนี้ห่วงตัวเองเถอะ”
“ข้าจะให้โอกาสรอดกับเจ้า เอาชนะข้า แล้วพวกเจ้าก็ไปได้”
ความพ่ายแพ้ห้าปีก่อนทำให้เถียนซี บุตรีผู้ภาคภูมิแห่งสวรรค์เกิดเงาในใจ คิดอยากจะฆ่าเจียงผิงอัน ล้วงตับของอีกฝ่ายมากินด้วยมือตนใจจะขาดตลอดมา
เจียงผิงอันกวาดตามองยอดฝีมือสิบกว่าคนรายล้อมอย่างรวดเร็ว คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือในขอบเขตบูรณาการ มีปราณแข็งแกร่งและอำนาจประหลาดทั่วกาย
แม้จะมียอดสมบัติกับตัว ทว่าต่อหน้ายอดฝีมือมากมายเพียงนี้โอกาสฝ่าออกไปก็ยังริบหรี่
เจียงผิงอันเก็บกิ่งมารสะเทือนสรวง กล่าวกับเถียนซีอย่างสุขุม“เพื่อให้ได้พลัง เจ้าถึงกับทำให้ตัวเองอุบาทว์เหลือ ไม่รู้สึกบ้างหรือว่าเจ้าในตอนนี้น่าขยะแขยงเพียงไร?”
“คิดยั่วโมโห