คุมค่ายกลมีสีหน้าทั้งเศร้าหมองและเครียดขรึม
“ส่งข้าไปที่นั่นที!” เจียงผิงอันกล่าวอย่างร้อนใจ
แม้ค่ายกลทางกลับศาลาเติงเซียนจะถูกผนึก แต่ค่ายกลเคลื่อนย้ายขาไปยังมิถูกผนึกไปด้วย
ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของผู้ควบคุมค่ายกลก็เบิกกว้าง
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? มิได้ยินที่ข้าพูดหรือไร? ที่นั่นเกิดเรื่องใหญ่โต ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการมากมายยังดับดิ้น การฝึกฝนอย่างเจ้าไปมีแต่ตายแน่นอน!”
“เร็วเข้าเถิด อย่ามากความเลย!”
เจียงผิงอันโยนผลึกวิญญาณก้อนหนึ่งให้อีกฝ่าย
ผู้ควบคุมค่ายกลเพิ่งเคยเห็นใครอยากรีบไปตายมากเพียงนี้เป็นครั้งแรก “เจ้าอยากไปตายเองนะ”
ในเมื่อชายผู้นี้รนหาที่ตาย เขาก็มิได้หยุดไว้ เปิดค่ายกลส่งอีกฝ่ายไปให้
อำนาจมิติพลุ่งพล่าน แล้วเจียงผิงอันก็อันตรธานไปทันที
เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาถึงเมืองเทพจันทราแล้ว
ขณะนี้ เมืองเทพจันทราพังราบ ทั่วทิศแผดผลาญด้วยเปลวเพลิงหอคอยเซียนถล่มร่วง ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยซากศพ ไร้คนเป็นในสายตา
หมอกควันโขมงคลุ้งคลุมฟ้า ทั่วทิศมีเพียงสีเทาและสีเลือดอำนาจสุดประหลาดพิกลปกคลุมโลกหล้า
หัวใจเขาบังเกิดความรู้สึกไม่สงบ
ทันทีที่เจียงผิงอันปรากฏตัว ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์ผู้หนึ่งก็พุ่งเข้ามา ทั่วตัวเต็มไปด้วยดวงตา ดูน่าขยะแขยงเหลือทน
เจียงผิงอันไหวตัวรวดเร็ว เหวี่ยงหมัดเข้าชกอีกฝ่ายกระเด็นไป
แต่แล้ว เจียงผิงอันก็ต้องตกใจเมื่อหมัดซึ่งประสานกฎทำลายล้างของเขาทำได้เพียงสร้างบาดแผลแก่อี