อง
เมื่อเจียงผิงอันไปถึงลานประลอง เขาก็พบว่าศิษย์นับร้อย ๆ คนถูกค่ายกลกักตัวอยู่ ซึ่งค่ายกลดังกล่าวซ้อนกันหลายต่อหลายชั้น
ผู้อาวุโสปรากฏขึ้นหลายสิบคน พวกเขาเปิดโล่คุ้มกันราวกำลังขวางศัตรูผู้ใด สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึม
ศิษย์มากมายมุงดูจากไกล ๆ จ้องมองลานประลองอย่างเคร่งขรึมด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เลวร้ายจริง ๆ ข้าได้ยินว่าเมืองเทพจันทราพินาศแล้ว คนนับสิบๆ ล้านตกตายเกือบหมด!”
“มิเพียงเมืองเทพจันทราเท่านั้น เมืองใกล้เคียงนับร้อย ๆ แห่งก็พินาศเรียบ! กลายเป็นนรกบนดินไปแล้ว!”
“อะไรนะ! ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน เมืองนับร้อยก็พินาศแล้วหรือ!”
“เพราะน่ากลัวเช่นนี้ไง หาไม่ ประมุขศาลากับผู้อาวุโสทั้งหลายคงไม่เครียดขึงกันเช่นนี้หรอก”
ยามเจียงผิงอันได้ยินบทสนทนาเช่นนี้ คิ้วของเขาก็ขมวดแน่นหันไปถามว่า “พวกเจ้าคุยอะไรกัน? อะไรถล่ม? ติดเชื้ออะไร?”
“ศิษย์น้องเจียง มิใช่เจ้าไปศาลาหลักแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน คนมากมายก็ตะลึงไป ไฉนเขาจึงกลับมา?
มิใช่เขาผ่านบททดสอบเข้าศาลาหลักแล้วหรือ?
คนจากฝั่งศาลาสาขาหาทราบเรื่องที่ศาลาหลักไม่ พวกเขาคิดว่าเจียงผิงอันสอบตกจึงกลับมา
“พวกเจ้าคุยเรื่องอะไรกัน?” น ้าเสียงของเจียงผิงอันรีบร้อนเล็กน้อย
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งอยู่ข้างกันอธิบาย “เมื่อไม่นานนี้ เกิดนิมิตรัศมีเซียนที่เมืองเทพจันทรา คาดว่าซากเซียนปรากฏขึ้น ดึงดูดผู้ฝึกตนไปมากมาย”
“แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เพียงสองสามวันแรก