ขณะที่ผู้เข้ารับการประเมินคนอื่น ๆ ยังคงต่อสู้ เจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวก็ออกมาแล้ว
ทั้งสองมิได้พบคู่มือใด ๆ ก็ผ่านการประเมินรอบสองไปได้ทันที
มิต้องสงสัยเลยว่าทั้งสองได้โอกาสเข้าสู่การประเมินรอบสามกันแล้ว
รัศมีของอัจฉริยะคนอื่น ๆ ถูกทั้งสองกลบเสียมิด
เหนือศาลาเซียน ใบหน้าของภาพฉายเซียนมนุษย์ทั้งสิบเคร่งขรึมสุดขั้ว
“สองคนนี้มันอะไรกัน? ค่ายกลมีปัญหาหรือไม่?”
“เปล่า ค่ายกลปกติดี แค่สองคนนี้หามีคู่ต่อสู้ที่กลัวในใจไม่”
“ลำบากแล้วสิ”
พวกเขาทั้งสองได้คะแนนเต็มในด่านประเมินแรก และยังออกจากค่ายกลก่อนใครในการประเมินรอบสอง
สองคนนี้ยอดเยี่ยมนัก ให้ความรู้สึกกระทั่งเหมือนมีเงาของเซียนทั้งหลายทับซ้อน
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป หากทั้งสองชนะต่อเนื่อง วิชาจำแลงเซียนก็จะเป็นของทั้งสอง
ประมุขศาลาสี่ชิวเฟิงส่งกระแสปราณหาประมุขศาลาคนอื่น ๆ“ด่านสามต้องเปลี่ยนโจทย์แล้ว”
เขาจะไม่ยอมให้โอกาสของบุตรชายตนเลื่อนหลุดต่อหน้าต่อตา
เพื่อให้บุตรชายได้โอกาสนี้ เขาจึงผนึกบุตรเขาไว้หลายร้อยปีและไม่อยากผนึกบุตรตนซ ้าสอง
แท้ที่จริง วิชาจำแลงเซียนมิใช่วรยุทธ์ แต่เป็นพิธีกรรมที่ต้องใช้ทรัพยากรพิเศษ และเนื่องด้วยทรัพยากรมีจำกัด ทุก ๆ สามร้อยปีจึงมีผู้ได้รับมันเพียงห้าคน
ห้าตำแหน่งนี้เป็นทรัพยากรที่ประมุขศาลาทั้งสิบแบ่งส่วนกันเสมอมา ไม่มีทางที่คนจากศาลาสาขาจะได้มันไป
“อย่าให้ชัดเจนนักเล่า” ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยเตือน
มีบางเรื่อ