ตนอีกสองคนที่ทราบโจทย์มานานแล้วต่างตามกันออกมา
เมื่อพวกเขาทราบเรื่องเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรว พวกเขาก็แค่นิ่งไปเล็กน้อย มิได้สนใจมากนัก
ประมุขศาลาย่อมหาทางจัดการเรื่องนี้กันเอง พวกเขาจึงไร้จำเป็นต้องกังวล
การประเมินรอบสองใช้เวลาหนึ่งวัน ผู้ฝึกตนสิบคนเดินออกจากค่ายกล ผู้อื่นซึ่งยังต่อสู้ไม่เสร็จก็ตกรอบไปด้วยกัน
โหยวเชียนชิวอยู่ในหมู่ผู้ที่ตกรอบเหล่านี้
เมื่อทราบว่าเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวผ่านการประเมิน เขาก็ไม่มีทางไร้ความริษยา แต่ด้วยความที่ความสำเร็จนี้ได้มาด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง ก็ควรค่าให้ชื่นชมนับถือ
เขาเดินไปกล่าวกับทั้งสองว่า “พวกเจ้าสองคนสู้ ๆ นะ พยายามให้ดีที่สุด สู้เพื่อหน้าตาของเราสาขาแคว้นชางหลาน”
ว่าแล้ว เขาก็หันกายเดินจาก
ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงสิบบุคคล
คนทั้งสิบนี้ถูกคัดมาจากศิษย์ศาลาหลักมากมาย เป็นหัวกะทิของหัวกะทิ
ทั้งผู้เข้าประเมินและผู้ชมล้วนกระวนกระวาย
โจทย์ประเมินสุดท้ายกำลังจะเริ่ม ไม่ช้าจะปรากฏชัดว่าผู้ใดจะได้วิชาจำแลงเซียนไป
“ประการแรก ขอแสดงความยินดีที่ผ่านมาไกลถึงเพียงนี้”
ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยยิ้ม ๆ “พวกเจ้าล้วนเป็นศิษย์ชั้นเลิศของศาลาเติงเซียนเรา เป็นตัวแทนอนาคตของศาลาเติงเซียน เราอยาก
ให้วิชาจำแลงเซียนกับพวกเจ้าทุกคนเลย แต่ทรัพยากรมีจำกัด เราเองก็จนใจ”
“ต่อจากนี้ พวกเจ้าพึ่งได้เพียงความสามารถตน สู้เพื่อโอกาสนี้ของพวกเจ้า”
ดวงแสงแปดดวงซึ่งบรรจุห