านนี้
ต่อให้ผ่านด่านแรกมาได้แล้วมาตกที่ด่านนี้ ก็หมดโอกาสสู้ชิงวิชาจำแลงเซียนอยู่ดี
วิชาจำแลงเซียนมีไว้สำหรับศิษย์หัวกะทิที่สุดเท่านั้น
ศิษย์ศาลาสาขาแคว้นชางหลานจ้องมองค่ายกลจุดที่โหยวเชียนชิวอยู่ และพบว่าคู่ต่อสู้ที่เขากลัวที่สุดก็คือเซินถูอี้ผู้บรรลุเต๋าด้วยการฆ่าฟัน
หร่านหงเฉินกล่าวกับเซินถูอี้ยิ้ม ๆ “ดูเหมือนข้าจะยังเดาพลาดมิคาดเลยว่าคู่ต่อสู้ที่เขากลัวที่สุดในใจจะเป็นเจ้า”
สีหน้าของเซินถูอี้ไร้อารมณ์ ความแข็งแกร่งของเขาไร้กังขา จึงไม่แปลกหากจะเป็นผู้ที่โหยวเชียนชิวนึกกลัวในใจ
แต่เขาก็ไม่สบายใจที่ตนเองไม่ผ่านการประเมิน
“เอ๋ ทำไมจึงไม่มีคู่ต่อสู้ข้างหน้าศิษย์น้องหญิงเฉียนกัน?”
ศิษย์จากสาขาแคว้นชางหลานผู้หนึ่งที่จับตามองเฉียนฮวั่นโหรวมาตลอดพบว่า หลังนางเข้าสู่ค่ายกล ศัตรูหาได้ปรากฏตัวไม่
ปวงชนหันมองค่ายกลที่เฉียนฮวั่นโหรวอยู่ และพบว่าไม่มีศัตรูอยู่จริง ๆ
“ตรงหน้าเจียงผิงอันก็ไม่มีศัตรู!” ใครอีกคนตะโกนขึ้น
ผู้คนทยอยกันหันมามองค่ายกลที่ทั้งสองอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ
คนอื่น ๆ เข้าสู่การต่อสู้แล้ว มีเพียงเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวที่ศัตรูไม่ปรากฏตัว
“เกิดอะไรขึ้น? ค่ายกลของสองคนนี้พังหรือ?”
“หากค่ายกลพัง ประมุขศาลาต้องรู้สิ”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมสองคนนี้จึงไม่ปรากฏศัตรู? ในใจพวกเขาไม่กลัวใครเลยหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้ ใครบ้างจะไร้คู่ต่อสู้ที่กลัวในใจ?”
ผู้ฝึกตนที่สังเกตเห็นเหตุการณ์ปร