ะหลาดนี้ประหลาดใจยิ่งกระทั่งสงสัยว่าค่ายกลที่ทั้งสองอยู่พัง
เฉียนฮวั่นโหรวไล้มือตามผมของตน ก่อนจะหันเดินช้า ๆ ออกจากค่ายกล
นางเผชิญอัจฉริยะในภพแร้นแค้นมาเกินนับ เอาชนะคู่ต่อสู้คนแล้วคนเล่าจนมาถึงจุดสูงสุด
ในจุดสูงสุด ไร้ตัวตนใดทำให้นางกลัวได้
เมื่อมาถึงภพบุกเบิก แม้จะได้พบผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่นางก็ไม่เคยเห็นผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ต่อสู้มาก่อน
เมื่อไม่เห็นฤทธา คนเหล่านี้ก็มิอาจเกิดเป็นคู่ต่อสู้ในค่ายกลย่อมไร้ศัตรูใด ๆ
ต่อให้นางเห็นพวกเขาต่อสู้ นางก็หากลัวพวกเขาในขอบเขตเดียวกันไม่
เมื่อเฉียนฮวั่นโหรวก้าวพ้นค่ายกล นางก็หันมองค่ายกลที่เจียงผิงอันอยู่ พบว่าชายผู้นี้ก็เพิ่งเดินออกมา
เจียงผิงอันกวาดล้างอัจฉริยะในหนึ่งยุคสมัย หัวใจไร้เทียมทานกระทั่งมหาจักรพรรดิในขอบเขตเดียวกันยังพิชิตได้ ในโลกนี้ เขาไร้คู่ต่อสู้ร่วมขอบเขตใด ๆ ที่นึกกลัว
คนทั้งสองเดินออกจากค่ายกลพร้อมกัน ชำเลืองกันแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายบาง ๆ
จัตุรัสเดือดพล่านทันที
“สองคนนั้นต้องโกงแน่ ๆ ศัตรูของพวกเขาไม่แม้แต่จะโผล่มา!”
“หากโกง ประมุขศาลาจะรู้แน่นอน แต่ไฉนพวกเขาจึงยังนิ่งเฉยเล่า?”
“เจ้าบื้อไปแล้วหรือ? ใครจะกล้าโกงต่อหน้าประมุขศาลาทั้งสิบท่าน?”
“หากมิได้โกง ก็มีความเป็นไปได้สองอย่าง หากพวกเขาไม่ไร้เทียมทาน ก็จิตแข็งหามีความกลัวในใจไม่”
ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนล้วนตกตะลึงจังงัง
เส้นทางไร้เทียมทานคือเส้นทางอันก้าวเดินได้ยากที่สุด ขอเพียง