ใต้ศาลาเซียนอันโอ่โถง ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนรวมตัวประชุม
“อัจฉริยะเยอะยิ่งนัก แรงกดดันมหาศาลแท้”
หร่านหงเฉินมองไปยังผู้ฝึกตนทั้งหลายรอบกาย หัวใจเต้นถี่รัวขึ้น
“ไม่รู้ครั้งนี้จะอยู่ภายใต้โจทย์อะไร หวังว่าจะไม่ยากเกินไปนะ”
โหยวเชียนชิวดูเฉยชา ทว่าการที่เขาขยับด้ายไหมวิญญาณในมือไม่หยุดก็ทำให้เห็นได้ว่าขณะนี้เขากำลังกระสับกระส่าย
จู่ ๆ บุคคลใกล้กันนั้นก็เอ่ยปาก “ดูโน่น พวกศิษย์พี่หญิงหลัวมากันแล้ว”
ปวงชนจากสาขาชางหลานล้วนหันมองตามสายตาคนผู้นั้น
เมื่อเห็นว่าการฝึกฝนของเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวไม่เขยื้อน ดวงตาของเซินถูอี้ก็เรืองประกายดูแคลน
ห้าปีแล้ว สองคนนั้นก็ยังไม่บรรลุกฎเคล็ดพลังอีก
หากขอบเขตไม่เขยื้อน ต่อให้สร้างขอบเขตเองได้แล้วเช่นไร?
ผู้ฝึกตนที่พรสวรรค์มิได้เลิศล ้า ขอเพียงไปให้ถึงขั้นปลายขอบเขตบูรณาการก็ฆ่านางได้ง่าย ๆ
ไม่รู้สองคนนั้นคิดอะไรอยู่ ขอบเขตต ่าต้อยแค่นี้ยังอยากจะสร้างขอบเขตของตนเองอีก
ประเมินความสามารถตนสูงเกินไปแท้ ๆ
ด้วยการฝึกฝนแค่นี้ หมดโอกาสประชันแย่งวิชาจำแลงเซียนแล้ว
“ศิษย์พี่หญิงหลัว ศิษย์น้องหญิงเฉียน”
หร่านหงเฉินเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน
แม้ก่อนหน้านี้ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ แต่ก็มิใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่หนี้เลือด จึงย่อมไม่สู้เข่นฆ่ากัน
ขณะที่หลัวอีเฟยกำลังจะเอ่ยตอบ อำนาจยิ่งใหญ่สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากบนศาลาเซียน
จัตุรัสอันเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่เงียบลงกะทันหัน ปวงชน