ล้วนแหงนหน้ามอง
พวกเขาพบว่าบนศาลาเซียนอันโอฬารปรากฏภาพฉายมหึมาขึ้นสิบภาพ ตระหง่านค ้าดารา ปราณเซียนโอบล้อมคลุมกาย เปี่ยมด้วยรัศมีเรืองรอง เจิดจรัสเสียจนกลบแสงดาราจักร
มันคือภาพฉายของเซียนมนุษย์สิบคน!
ปราณเซียนอันทรงพลังทำให้ปวงชนไม่มีความคิดขัดขืนแม้แต่น้อย ทั้งอารมณ์หวาดหวั่น ครั่นคร้ามและโหยหาล้วนปรากฏบนใบหน้าถ้วนทั่ว
นี่คือสภาวะที่ผู้ฝึกตนทั้งมวลเฝ้าฝันจะบรรลุ
สำหรับใครหลายคน นี่คือการเผชิญเซียนมากมายเช่นนี้เป็นครั้งแรก พวกเขาถึงกับเผลอตัวคุกเข่าลง
“นี่หรือปราณเซียน…”
เจียงผิงอันเคยพบเซียนมาบ้างสองสามหน แต่เซียนเหล่านั้นมิได้แผ่ปราณแข็งแกร่งอะไร ยามนี้เองเขาจึงตระหนักว่าความต่างชั้นมหาศาลเพียงไหน
เจียงผิงอันกำหมัด ดวงตาของเขาหนักแน่น
เขาสาบานว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาจะบรรลุถึงสภาวะนี้!
เซียนผู้หนึ่งค่อย ๆ ปริปาก กระจายสำเนียงไปทั่วศาลาเติงเซียน
“ศึกชิงวิชาจำแลงเซียนซึ่งจัดทุกรอบสามร้อยปีจะเริ่มขึ้นในวันนี้”
“ขอเพียงขยันพากเพียร ทุกผู้ล้วนมีโอกาสได้โอกาสนี้ไป ต่อให้มิอาจได้วิชาจำแลงเซียนมา ผู้ผ่านบททดสอบสองด่านแรกก็จะยังได้รางวัลอย่างงาม”
นี่เป็นประโยคอันแสนธรรมดาแน่แท้ แต่อารมณ์ของปวงชนกลับถูกปลุกกระตุ้นตื่นเต้นสุดขีด ต่างผู้หน้าดำหน้าแดง
นี่คงเป็นอิทธิพลจากวจีเซียน หรือไม่พวกเขาก็อยากได้วิชาจำแลงเซียนกันเหลือเกิน อารมณ์ของปวงชนจึงยากสงบได้
กระทั่งในภพบุกเบิก การบรรลุเซียนก็ยังยากเย็น