ร่างโชกเลือดของเจียงผิงอันยืนกลางสุญตาเยี่ยงเทพไท้ ทำให้ปวงชนต้องแหงนมอง
ในขอบเขตเดียวกัน เขาหามีคู่ต่อกรไม่
จะมีก็แต่ยามประมือมหาจักรพรรดิที่เขามีโอกาสพ่ายแพ้
เจียงผิงอันโรยตัวลงพื้น หวนนึกถึงการต่อสู้เมื่อครู่
‘หมัดพิพากษา’ ที่ภาพฉายนั้นใช้ผสานด้วยเจตจำนงหมัดอันแข็งแกร่ง สามารถสะกดศัตรูจนมิอาจขยับตัวได้
เจียงผิงอันเสียหายไม่น้อยจากวิชาหมัดนี้ แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ควรค่าศึกษา
น่าเสียดาย หากมิใช่รุ่งสางคืบใกล้ เขาก็ยังอยากต่อสู้ เรียนวิชาหมัดจากอีกฝ่ายต่อไปอยู่
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังหวนนึกถึงการต่อสู้กับภาพฉายที่ผ่านมาห้วงจิตสำนึกของเขาก็แปรเปลี่ยน หนึ่งร่างพลันปรากฏขึ้นในห้วงจิตสำนึก
ร่างนั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากภาพฉายของประมุขศาลาผู้นั้น!
เจียงผิงอันผงะไปอีกครั้ง
มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? ไฉนสิ่งนี้จึงมาอยู่ในมโนสำนึกข้าได้?
นี่มิใช่อุบัติเหตุ เมื่อวานนี้ยามเขาพินิจเจตจำนงหมัดที่ผนังผาเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏในห้วงจิตสำนึกของเขาเช่นกัน
เจียงผิงอันงุนงงยิ่ง
เขาควบคุมหนึ่งอวตารในอ่างสัมฤทธิผลให้เข้าไปในรูปวาดมหาจักรพรรดิ ถามมหาจักรพรรดิเรื่องนี้
เขาเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องบางประการกับห้วงจิตสำนึกที่มหาจักรพรรดิช่วยเขาแปรสภาพ
“ในขอบเขตนี้ เจ้าถึงกับสำเร็จ ‘จินตภาพ’ แล้วหรือนี่”
เสียงของมหาจักรพรรดิแฝงเค้าประหลาดใจ
ตามคาด เขารู้ว่ามันคืออะไร
“อะไรคือจินตภาพหรือขอรับ?” เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้