อม
ร่างขาวดำของมหาจักรพรรดิซึ่งมีใบหน้าไม่ชัดเจนยืนไพล่มือบนยอดเขาขณะอธิบาย
“สิ่งมีชีวิตทั้งปวงสามารถ ‘จินตนาการ’ ได้ เมื่อจินตนาการ หนึ่งภาพก็จะปรากฏในมโนสำนึก และกระทั่งยามนึกถึงถ้อยคำ ภาพก็ยังปรากฏในใจ นี่แหละคือจินตภาพ”
“แต่นี่เป็นเพียงจินตนาการของสรรพชีวิตโดยสามัญ ยามพลังวิญญาณบรรลุถึงระดับหนึ่ง จินตภาพนี่ก็จะกลายเป็นสัจธรรมขึ้นมาในใจ”
“สรุปก็คือ สรรพสิ่งที่เจ้าเห็น สามารถจารึกไว้ในใจได้”
“ภายหน้ายามคิดประชันผู้ใด ขอเพียงเคยเห็นภาพยามคนผู้นั้นต่อสู้ เจ้าก็สามารถจารึกมันสู่ใจ จำลองการต่อสู้ของเจ้ากับอีกฝ่ายในห้วงจิตสำนึกได้”
“ยามต่อสู้ในห้วงจิตสำนึก เจ้าจะสามารถหยุดเวลาหรือย้อนกลับได้ตามใจ มองหาช่องว่างของคู่ต่อสู้ และสัมผัสกฎเกณฑ์ที่คนผู้นั้นให้ได้กระจ่างกว่า”
“แน่นอน เจ้าจะเห็นเพียงสิ่งที่เจ้ามองเห็น มิใช่พลังที่คู่ต่อสู้ซ่อนไว้”
เมื่อได้ยินคำอธิบายนี้ เจียงผิงอันก็พอเข้าใจแล้ว
สรุปก็คือในภายหน้า เขาจะสามารถจำลองภาพยามต่อสู้กับคู่ต่อสู้ในใจได้
น ้าเสียงของกู่ตี้เจือความประหลาดใจ “ข้าเคยคิดว่าเจ้าจะบรรลุความสามารถนี้ก็ยามถึงขอบเขตมหายาน มิคาดเลยว่าจะบรรลุไวถึงเพียงนี้”
“ผู้อาวุโส ข้าเผชิญคอขวดยามสร้างระบบการฝึกฝน ท่านช่วยชี้แนะหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?”
เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้อม
ด้วยระดับของมหาจักรพรรดิ เขาจะหาแรงบันดาลใจพบได้อย่างแน่นอน
“นั่นมันเส้นทางของเจ้า เจ้าก็ต้องเดินเอง ต