่อให้ผิดพลาดก็นับเป็นการเติบโต”
กู่ตี้มิได้ช่วยเหลือ
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
เจียงผิงอันมิได้ผิดหวังคือโอดครวญ ในเมื่อมหาจักรพรรดิพูดเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของมัน
เจียงผิงอันยินดียิ่งที่ได้ ‘พลังจินตภาพ’ มา ภายหน้าอยากสู้กับใคร แค่มองคนผู้นั้นต่อสู้ก็พอแล้ว
เหตุผลหลักก็คือ ความสามารถนี้ทำให้เขาทำความเข้าใจพลังบางอย่างด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นได้
เจียงผิงอันเริ่มใช้พลัง ‘จินตภาพ’ ต่อสู้กับภาพฉายของชิวเฟิงในใจ
ยามเริ่มศึกในห้วงจิตสำนึก ก็จะสามารถสืบรู้ถึงเจตจำนงหมัดของคู่ต่อสู้ได้ชัดเจน ทำความเข้าใจและเรียนรู้มันได้ดีกว่า
การใช้พลัง ‘จินตภาพ’ สิ้นเปลืองพลังวิญญาณมาก แต่นั่นก็แค่เรื่องเล็ก
เมื่อเห็นเจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิฝึกฝนกับพื้น เหล่าศิษย์ที่ผาสำนึกผิดล้วนมิกล้าพูดเสียงดัง จะกล้าก็เพียงมองจากไกล ๆ ไม่กล้าคืบเข้าใกล้
ปีศาจร้ายผู้นี้ ภายหน้าต้องเติบใหญ่เป็นผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน
ใครบางคนใช้ป้ายแสดงตนส่งสิ่งที่เขาเห็นเข้าสู่พื้นที่สื่อสารของศาลาหลัก
“พูดไปพวกเจ้าอาจไม่เชื่อ แต่มีปีศาจร้ายผู้หนึ่งปรากฏที่ผาสำนึกผิด เอาชนะภาพฉายของประมุขศาลาสี่ยามเยาว์ได้!”
ไม่นานนัก ใครบางคนก็ตอบกลับมา “ผู้ใด? ทายาทเซียนท่านไหน?”
“ทายาทเซียนจะมาถูกกักตัวที่ผาสำนึกผิดได้อย่างไร อย่าโกหกน่า”
มีข่าวลือมากมายปรากฏในพื้นที่สื่อสารทุกวันคืน มองปราดแรกเรื่องเชื่อถือไม่ได้นี่ก็เป็นข่าวปลอมชัด ๆ
เจ้าของข้อความรีบอธิ