บาย “เรื่องจริง ข้ามิได้โกหกนะ อีกฝ่ายแข็งแกร่งสุดขั้วจริงแท้ เอาชนะประมุขศาลาสี่ยามเยาว์วัยได้ มีคนเห็นเยอะเลย”
ขณะนั้นเอง บุคคลชื่อ ‘ชิวผิงเซิง’ ตอบกลับต่อท้าย
“ดูหมิ่นบิดาข้า ข้าแนะนำให้เจ้าลบข้อความนี่เดี๋ยวนี้ หาไม่ เจ้าต้องรับผลของมัน!”
เมื่อเจ้าของข่าวเห็นข้อความนี้ เขาก็ขวัญผวา สีหน้าแปรเปลี่ยนร้ายแรง แล้วรีบลบข่าวทิ้งไป
ชิวผิงเซิงผู้นี้คือบุตรของประมุขศาลาสี่ชิวเฟิง อายุยี่สิบห้าก็ถึงขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาแล้ว
ได้ยินว่าอีกฝ่ายยังจงใจกดขอบเขตอยู่ด้วย
ชิวผิงเซิงมีรากฐานแข็งแกร่ง หากมาเอาเรื่องกันถึงที่ เขาตายแน่
คนอื่น ๆ ในผาสำนึกผิดยังอยากเสวนาเรื่องนี้ แต่เมื่อประสบเหตุการณ์เมื่อครู่เข้า พวกเขาก็มิกล้าพูดอีกด้วยกลัวจะไปล่วงเกิน‘ชิวผิงเซิง’ เข้า
ในห้องหนึ่งของศาลาสี่ เมื่อชิวผิงเซิงเห็นอีกฝ่ายลบข้อมูลทิ้งไปก็แค่นเสียงเย็น ถือว่าพูดรู้เรื่อง
ขยะพวกนี้นับวันยิ่งหาญกล้า บังอาจพูดอะไรเพ้อเจ้อ บิดาเขาไร้เทียมทานตราบยุคสมัย ผู้ใดจะมาชนะได้?
ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออก ชายผู้แผ่ปราณมหาเต๋าเรืองรองเกินดวงดาวเดินเข้ามา
“ท่านพ่อ!”
ชิวผิงเซิงรีบคารวะ
“ครอบครัวเดียวกัน มิต้องมากพิธี”
ชิวเฟิงบิดข้อมือ แล้วม้วนหยกม้วนหนึ่งก็ปรากฏในมือ ส่งมันให้กับชิวผิงเซิง
“นี่คือเนื้อหาบททดสอบชิงวิชาจำแลงเซียนในอีกห้าปี อ่านแล้วเตรียมตัวล่วงหน้าเสีย”
“ต้องเตรียมตั้งแต่ยามนี้เลยหรือขอรับ? เร็วไปหน่อย