กระมัง”
ชิวผิงเซิงรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเสียเวลาอย่างแท้จริง
ชิวเฟิงเตือนอย่างเคร่งขรึม “อย่าได้ประมาท ในหมู่อัจฉริยะที่เก้าศาลาสาขาคัดสรรย่อมมีผู้โดดเด่นเสมอ เว้นแต่เจ้าจะไม่อยากได้วิชาจำแลงเซียน”
“ขอรับท่านพ่อ”
ชิวผิงเซิงเก็บความดูแคลนไป
ชิวเฟิงพยักหน้าพลางเอ่ยยิ้ม ๆ “เจ้าไม่ต้องเครียดมากไปหรอกเจ้ารู้เนื้อหาบททดสอบไวกว่าผู้อื่นห้าปี มีเจ้าศาลาหลายคนรับหน้าที่กรรมการ ขอเพียงเจ้าทำผลงานได้ดี เจ้าย่อมเป็นหนึ่งในผู้ได้วิชาจำแลงเซียนไป”
“แล้วอีกสองตำแหน่งเป็นของใครขอรับ?” ชิวผิงเซิงถาม
“ทายาทของประมุขศาลาหกและเจ็ด”
“อ้อ สองคนนั้นเอง สู้ข้าไม่ได้หรอก”
ชิวผิงเซิงโล่งใจ
องค์ประกอบของศาลาเติงเซียนนั้นพิเศษ แปดแคว้นแยกแปดศาลา และยังมีศาลาหลักอีกหนึ่งแห่ง
ศาลาเติงเซียนเป็นเหมือนเครือพันธมิตร ความสัมพันธ์ระหว่างศาลาสาขาและศาลาหลักแท้จริงมิได้สนิทสนม จะสามัคคีเป็นปึกแผ่นกันก็ต่อเมื่อมีเรื่องสำคัญ
วิชาจำแลงเซียนจะถูกแบ่งให้ศิษย์ทั่วไปเพียงสามคนเรียนในทุกๆ สามร้อยปี คนจากฝั่งศาลาหลักยังเรียนกันไม่พอ จะมอบให้ศาลาสาขาได้อย่างไร?
แต่จากกฎเกณฑ์ ก็ยังต้องจัดการประเมินกันอยู่ ส่วนเนื้อหาการประเมินและคณะกรรมการนั้นล้วนเป็นศาลาหลักตัดสินใจ
อันที่จริง ชิวผิงเซิงเกิดมาสี่ร้อยกว่าปีแล้ว แต่ชิวเฟิงจงใจผนึกบุตรตนไว้จนบัดนี้ก็เพื่อโอกาสเข้าเรียนวิชาจำแลงเซียน
เรื่องทั้งหลายถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เหลือก็แค่เ