์เช่นประทีป ยิ่งต่อสู้ยิ่งหาญกล้าโลหิตร้อนแผดไปทั่วหล้า
หนึ่งคนหนึ่งภาพฉายประชันกันนับแต่ฟ้ามืดจนฟ้าเริ่มสาง ต่อสู้ตลอดคืนโดยไร้ผลแพ้ชนะ
เหล่าผู้ฝึกตนมองมายังเจียงผิงอันด้วยดวงตานับถือยิ่ง
“มิคาดว่าคนผู้นี้จะสามารถสู้เสมอกับประมุขศาลาสี่ได้ ศาลาเติงเซียนของเรามีอัจฉริยะสูงสุดปรากฏตัวเพิ่มอีกคนแล้ว”
ผู้ฝึกตนซึ่งเคยสาบานว่าจะหยุดฝึกฝนไปทำไร่ค้านทันที “เสมอกับผีสิ นี่เป็นเพียงภาพฉายของประมุขศาลาสี่ ความแข็งแกร่งมีจำกัด ต่อสู้โดยใช้สัญชาตญาณเท่านั้นต่างหาก”
“ก็จริง มันเป็นเพียงภาพฉายและต่อสู้โดยใช้เพียงสัญชาตญาณไม่มีทางแข็งแกร่งเทียบเท่าตัวจริง”
“แต่คนผู้นี้สู้เสมอกับภาพฉายของประมุขศาลาสี่ได้ นั่นก็แข็งแกร่งมากแล้ว เขาจะลือนามในศาลาเติงเซียนสาขาหลักได้อย่างแน่นอน”
หลายบุคคลประทับใจในพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันชำเลืองสู่ฟ้า ภาพฉายจะหายไปยามรุ่งสาง ศึกควรจะจบได้แล้ว
ขณะใช้ผนึกสรวงและวิชาดึงดาราควบคุมภาพฉาย ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมิได้เข้าร่วมการต่อสู้พลันเหินออกจากร่างหลัก ออกหมัดทำลายล้างเข้าใส่
ขณะนี้ การป้องกันใด ๆ ของอีกฝ่ายล้วนแล้วไร้ผล
ภายใต้ฤทธาทรงพลังของร่างมารศักดิ์สิทธิ์ ภาพฉายก็ถูกทำลายแหลกไปในพริบตา
ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่คิดว่าสองฝ่ายจะสู้เสมอกันพลันลมหายใจชะงักค้าง ร่างแน่นิ่งราวถูกแช่แข็งกับที่ สมองว่างโล่งขาวโพลน
คนผู้นี้… ยังมีอีกร่างหนึ่ง!!
เจียงผิงอันวางหมัดลง ผ่อ