“เจ้ำหนู อย่ำหำที่ตำยเลย สองวันก่อนมีอัจฉริยะผู้หนึ่งคิดว่ำพลัง ใจของเขำมั่นคงมำก ทนอยู่ในนั้นได้ สุดท้ำยก็เลยถูกจิตมำรเข้ำ แทรก กว่ำจะสงบได้ต้องทำลำยกำรฝึกฝนของเขำไปครึ่งหนึ่ง”
เจียงผิงอันเดินพลำงกล่ำว “วิถีมำรก็เป็ นเต๋ำแขนงหนึ่ง ขอเพียง ไม่ฆ่ำผู้บริสุทธิ์อย่ำงไม่แยกแยะและไม่ทำชั่ว จะเดินมิได้เชียวหรือ ขอรับ?”
ชำยชรำแค่นเสียงเย็นชำ “เจ้ำเด็กนี่นะ อย่ำคิดว่ำตัวเองสร ้ำง ขอบเขตเองได้แล้วจะถูกไปเสียทุกเรื่องนะ”
ในดินแดนลับมีคนไม่มำกนัก ชำยชรำผู้นี้ย่อมรู ้จักเจียงผิงอัน
“ผู้ที่มิได้มำจำกสำยเลือดมำร หำกกลำยเป็ นมำรจะยำกควบคุม ควำมรู ้สึกด้ำนลบทั้งมวลได้ ต่อให้เจ้ำมีสำยเลือดมำร สะกดพลังชั่ว ร ้ำยเหล่ำนั้นได้ ก็ยังง่ำยต่อกำรฆ่ำผู้บริสุทธิ์อย่ำงไม่แยกแยะ”
“กำลก่อน เผ่ำมังกรมีอัจฉริยะผู้หนึ่งตกสู่วิถีมำรระหว่ำงไขว่คว้ำ พลัง สังหำรผู้คนมำกมำย ทำลำยเมืองไปหลำยสิบ กระทั่งเผ่ำมังกร ยังยำกควบคุมพลังเช่นนี้ เจ้ำจะเหลืออะไร?”
เจียงผิงอันหยุด ณ ก้ำวที่สิบ “อันตรำยจริงแท้”
“เช่นนั้นก็รีบออกมำสิ” ชำยชรำว่ำ
“ยังก่อนขอรับ”
เจียงผิงอันนั่งลงขัดสมำธิบนพื้น เผชิญสำรพัดอำรมณ์ด้ำนลบ ในใจ ใช ้พลังใจมำสะกดข่ม
“เจ้ำนี่… ดื้อด้ำนจริง ๆ!”
ชำยชรำหงุดหงิดใจนัก คนหนุ่มสำวพวกนี้พูดไม่ฟังเหมือนกัน หมด ต่ำงผู้ล้วนรนหำที่ตำย