สีหน้าของหลี่อี้เตาแปรเปลี่ยนไปมา กระทั่งเซี่ยเหลียนและเซี่ยฉ วินเหริ่นยังมิใช่คู่มือเขา แล้วเขาจะสู้ได้อย่างไร
“รอข้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดก่อนเถอะ ข้าจะตบเจ้า ให้จมดิน!”
หลี่อี้เตากระฟัดกระเฟียดจากไปอย่างไม่เต็มใจ
ผู้คนกระจายตัวตามกัน ไม่เหลือความสนใจต่อเจียงผิงอันแล้ว
ในเมื่อบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมิได้ ก็ไม่มีค่าให้สนใจ
หากคิดบรรลุขอบเขต ก็ต้องทิ้งปราณมหาศาลในกายไป
ยามใดทิ้งปราณ ก็หามีคุณสมบัติมาสู้กับพวกเขาไม่
คนเช่นนี้ไร ้อนาคต ไม่ควรค่าให้สนใจเลย
แท่นประลองสลายไป
เซี่ยชิงเหินมาตรงหน้าเจียงผิงอัน “รีบทิ้งเส้นทางตัน ๆ นั่นมาเดิน เส้นทางปกติเถอะ เจ้าในยามนี้มีเวลาฝึกฝนห้าร ้อยวัน เพียงพอบรรลุ ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดได้อีกครั้งนะ”
“อื้อ”
เจียงผิงอันเตรียมพร ้อมท าลายปราณวิญญาณในร่าง หวนคืนสู่ เส้นทางที่ถูกต้อง
เซี่ยชิงลูบหัวเจียงผิงอัน ก่อนจะพาเขากับอวิ๋นหวงทะยานสู่แท่น พินิจดาวด้วยกัน
ที่แท่นพินิจดาวมีห้องขนาดเล็กตั้งเรียงแน่นขนัด
ห้องตรงกลางมีขนาดใหญ่กว่า แต่ภายในก็มีปราณน่ากลัวอย่าง ยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามีเพียงผู้แข็งแกร่งที่เข้าไปได้
ห้องรอบนอกมีขนาดเล็ก แต่ก็เพียงพออยู่ได้
ยามเจียงผิงอันมาถึงแท่นพินิจดาว ก็สัมผัสได้ทันทีว่ากฎในฟ้ า ดินกระจ่างแจ้งขึ้นมา