คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงจ้องมองเจียงผิงอันผู้ดูราวเทพสงคราม ด้วยประกายวูบไหว
คู่บาเพ็ญในใจนางเป็ นเช่นนี้แหละ ยิ่งยงในโลกหล้า ไร ้ผู้ใด เทียบเทียม
น่าเสียดายที่เจียงผิงอันมีเมิ่งจิงแล้ว
“นี่น่าจะเป็ นขีดจากัดพลังต่อสู้ของข้าแล้ว พอแค่นี้ดีกว่า”
เจียงผิงอันตระหนักระดับพลังต่อสู้ของตนแล้ว แม้ในตัวจะยังมี ปราณวิญญาณ เขาก็ไม่อาจสู้กับคนมากไปกว่านี้ได้
แน่นอน นี่มิได้นับรวมถึงพิษและตาขวาของเขาด้วย
เขาโคจรปราณวิญญาณในกาย แล้วแดนดินในระยะสองสามลี้ พลันกลายเป็ นทราย พัดฝุ่ นฟุ้ งตลบ ปกคลุมร่างของทั้งสามจากทุก สายตา
“เจ้านี่มีปราณวิญญาณมากเพียงไรกัน ยังปลดปล่อยพายุทราย ชวนสะพรึงเช่นนี้ได้อีก!”
“หากเจ้าบอกว่าเขาอยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ข้าก็ เชื่อ!”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานเก็บปราณได้มากมายเพียงนี้ได้ อย่างไรกัน?”
อัจฉริยะทั้งหลายที่นี่ล้วนขวัญเสียกับปริมาณปราณในกายเจียง ผิงอัน
ภายในพายุทรายมีเสียงปะทะรุนแรงดังออกมาอีกหลายหน จน สุดท้ายก็เงียบสนิทไป
ฝุ่นทรายร่วงลง เจียงผิงอันยืนกลางอากาศ
เซี่ยฉวินเหริ่นและเซี่ยเหลียนกุมอกกระอักเลือด
ทั้งสองมองเจียงผิงอันด้วยสายตาซับซ ้อนอย่างยิ่ง
หัวใจปวงชนสั่นสะท้านรุนแรง
อัจฉริยะสูงสุดสองคนจากราชวงศ์กลับแพ้พ่าย