“เข้าไปดูกันหน่อยเถอะ”
เจียงผิงอันไม่รู้สถานการณ์ของด่านนี้มากนัก และมิกล้าตัดสินว่ายากหรือไม่
พวกเขาทั้งห้าเดินตามกันเข้าไปในประตูสีดำบานที่สอง และปรากฏขึ้นในมิติแยกกัน
ตรงหน้าคนทั้งห้า ภาพฉายของศัตรูซึ่งมีขอบเขตสูงกว่าตนหนึ่งขั้นย่อยปรากฏขึ้น
เฉิงฮั่นเผชิญปราณของภาพฉายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เพียงปราณที่แผ่ออกมาก็ทำให้เขารู้สึกกดดัน พลังต่อสู้ของภาพฉายนี้ไม่ธรรมดา เจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวลำบากแล้ว
ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก ศัตรูโจมตีเข้ามาแล้ว เฉิงฮั่นจึงโถมตนเองเข้าสู่การต่อสู้
คนอื่น ๆ เองก็เริ่มต่อสู้เช่นกัน
ครึ่งชั่วละเลียดชาต่อมา เฉียนฮวั่นโหรวเอาชนะคู่ต่อสู้ เดินออกจากค่ายกล แล้วยิ้มให้จาง ๆ ยามเห็นเจียงผิงอันอยู่ตรงหน้านาง
“เจ้าไวกว่าข้านัก ไม่รู้แล้วจริง ๆ ว่ายามนี้เจ้าแข็งแกร่งเพียงไร”
“ไม่ว่าแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่แค่ในขอบเขตวิญญาณสวรรค์ มิอาจก้าวสู่ขอบเขตที่สี่ได้”
น ้าเสียงของเจียงผิงอันเจือเค้าเศร้าใจ
เฉียนฮวั่นโหรวเดินมาหาเจียงผิงอัน นำโต๊ะหนึ่งตัวและเก้าอี้สองตัวออกมา
“ข้ากับอาจารย์ลองศึกษาดูแล้ว หากคิดจะทำเพียงทะลวงสู่ขอบเขตที่สี่ก็ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่เราค้นคว้าไปก่อนหน้านี้เป็นเพียงการลอกเลียนผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการเท่านั้น มิได้เลิศล ้าอย่างระบบการฝึกฝนที่เจ้าสร้าง”
เจียงผิงอันสร้างขอบเขตมาแล้วสามขอบเขต แต่ละขอบเขตล้วนอัศจรรย์เหลือเชื่อ
ขอบเขตผนึกวิญญาณ ใช้จุดช