ยามหลัวอีเฟยและเฉิงฮั่นได้ยินเจียงผิงอันบอกว่าพบเนตรค่ายกลแล้ว พวกเขาต่างเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง
พวกเขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับค่ายกลมากนัก แต่ก็รู้ว่าเนตรค่ายกลหาพบยากยิ่ง
หากหาเจอง่าย ๆ ไปทำลายเนตรค่ายเสียก็จบแล้ว
เนตรค่ายกลบางค่ายอาจไม่อยู่ในตัวค่ายกลด้วยซ ้า จึงมิอาจทะลวงผ่านค่ายกลออกไปได้
เจียงผิงอันยกมือชี้แถวอักษรเหนือประตูทั้งสาม
“อักษรเหล่านี้คือเนตรค่ายกล”
ทันทีที่วาทะเหล่านี้ถูกกล่าว สีหน้าของคนทั้งหลายก็แปรเปลี่ยนพิกล
ใครจะเอาเนตรค่ายมาวางไว้ในที่สะดุดตาเช่นนี้?
ดูเหมือนเจียงผิงอันจะเข้าใจผิดจริง ๆ
แม้เฉียนฮวั่นโหรวก็สงสัยเช่นกัน นางก็มิได้พูดมาก ยกนิ้วขึ้นวาดอักขระลึกลับซับซ้อนบนอากาศ แสงสีทองเรืองวาบ
เพียงหัตถ์หยกออกแรงผลักนิดหน่อย อักขระก็ถูกผลักมาตรงหน้าอักษรแถวนั้น ก่อนที่อักขระนี้จะถูกแถวอักษรดึงกลืนหายไป
“เป็นเนตรค่ายกลจริง ๆ ด้วย!”
ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวเจิดประกาย
อักขระที่นางวาดเป็นอักขระปราณพิเศษที่จะถูกเนตรค่ายกลกลืนกินยามเผชิญกัน
“เป็นเนตรค่ายกลจริง ๆ หรือ?”
หลัวอีเฟยรู้สึกเหลือเชื่อ หันไปถามเยี่ยอู๋ฉิงที่ข้างกาย “ยังมีอะไรที่ลูกพี่เจ้าแก้ไม่ได้อีกหรือไม่?”
เพิ่งเข้าค่ายกลมาไม่ทันไร เขาก็พบเนตรค่ายกลแล้ว
เจียงผิงอันยังซ่อนความสามารถไว้อีกมากเพียงไร?
“ยามนี้เมื่อเราเจอเนตรค่ายกลแล้ว จากนี้ก็ง่ายนัก”
เฉียนฮวั่นโหรวยกหัตถ์หยกของนางขึ้นอีกครั้ง เรียวนิ้วขาวร่ายรำรวด