เผยสีหน้างุนงง หนึ่งบุคคลพัฒนารวดเร็วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็แปลกไปหน่อยหากคนกลุ่มหนึ่งจะพัฒนาก้าวกระโดดถ้วนหน้า
สายตาของเจียงผิงอันกวาดมองเหล่าศิษย์เคหาสน์เทพจันทรามองรอยยิ้มย่ามใจบนใบหน้าคนเหล่านั้น
“อย่างนี้นี่เอง”
เจียงผิงอันเห็นบางสิ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ลูกพี่เห็นอะไรแล้วหรือ?”
เยี่ยอู๋ฉิงถาม สีหน้าเปี่ยมความนับถือ ลูกพี่ถึงกับเห็นเบาะแสทันทีที่มาถึง
ข้างกันนั้น หลัวอีเฟยหันมา “เจ้าคิดว่าลูกพี่เจ้าเป็นเซียน รู้ทุกเรื่องหรือไร”
หลัวอีเฟยริษยายิ่งนัก เยี่ยอู๋ฉิงเห็นเจียงผิงอันผู้นี้ทีไร เขาก็เทิดทูนบูชาอีกฝ่ายราวสตรีคลั่งรัก แต่พอเผชิญหน้านาง เขากลับเย็นชาสุดแสน
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะพูดอะไร เสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้นในอาคมมิติ
ตามด้วยเสียงโห่ร้องยินดี
“ศิษย์น้องหญิงเฉียนร้ายกาจมาก!”
“สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะล ้าเลิศ สร้างระบบฝึกฝนของตัวเองแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ในที่สุดก็มีชัยชนะ”
คู่ต่อสู้ของเฉียนฮวั่นโหรวถูกอัดเสียเละเป็นกองเลือดเนื้อ
ยามผู้ฝึกตนจากเคหาสน์เทพจันทราเห็นเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึมเล็กน้อย แต่หาได้มีโทสะ
ศิษย์เคหาสน์เทพจันทราผู้หนึ่งยิ้มเย้ยผู้ฝึกตนจากศาลาเติงเซียน “ขยะจากศาลาเติงเซียน ชนะแค่ครั้งเดียวก็ดีใจใหญ่โต”
“ผู้ที่พ่ายไป ในหมู่พวกเขาก็แค่งั้น ๆ”
“ศิษย์พี่หญิงเถียน ให้พวกเขาเห็นหน่อยว่าเจ้าแข็งแกร่งแค่ไหนจัดการสตรีชื่อเฉียนฮวั่นโหรวนี่เสีย