บข้า”
เสียงจากหมอกดำไร้เค้าลางอารมณ์ใด ๆ
เจียงผิงอันเงยหน้ามองอีกฝ่ายตรง ๆ “ผู้อาวุโส ท่านจะใช้กำลังบังคับหรือ?”
“เจ้าไร้คุณสมบัติให้ข้าใช้กำลัง” ตัวตนในหมอกดำตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า
มือของเจียงผิงอันในแขนเสื้อกำเข้าหากัน
ใช่แล้ว เขาหาควรค่าไม่ ต่อให้เขาใช้พู่กันพิพากษาออกมายามนี้ ก็ไม่มีทางทำร้ายอีกฝ่ายได้แม้แต่รอยขีดข่วน
อ่อนแอเกินไปนัก ต่อหน้าตัวตนระดับนี้ เขามิอาจปกป้องผู้คนรอบกายได้เลย
“ผู้อาวุโสจะพาบุตรีข้าไปให้ได้เลยหรือ?” เจียงผิงอันถามเสียงเข้ม
หนึ่งเสียงผ่อนหายใจดังออกมาจากในหมอกดำ
“บางครั้ง ยิ่งเจ้ารู้มากก็ยิ่งเจ็บปวด พูดมากไปเจ้าก็ไม่เข้าใจหรอก”
“บอกเจ้าแค่นี้แล้วกัน ตัวตนในภพเซียนถือหมื่นภพภูมิเป็นสารอาหาร เราทั้งหลายเติบโตจนถึงจุดจบ ก็เป็นเพียงอาหารของตัวตนในภพเซียน”
ตัวตนในหมอกดำเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของเจียงผิงอัน ก็คิดไปว่าเขากลัวจนสติหลุดไปแล้ว
“เจ้าโง่กู่ตี้ยังคิดสู้กับเซียน เขาจะสู้ได้อย่างไร เหตุผลที่ตลอดมาไร้หนทางบรรลุเซียน ก็เพราะกู่ตี้เผชิญปัญหาเข้า”
“ไม่ช้าก็เร็ว ยอดฝีมือจากภพเซียนจะมาเก็บเกี่ยวในภพแร้นแค้นของเรา อ้อ จริงสิ เจ้าไม่รู้นี่นะ โลกของเราถูกโลกภายนอกเรียกว่าภพแร้นแค้น”
“เหตุที่ข้าจะมาพาบุตรีเจ้าไป ก็เพราะบุตรีเจ้าพรสวรรค์ล ้าเลิศยิ่งและเราจะฝึกฝนให้นางไปสู้กับวิกฤติที่อาจเกิดได้ในเขตแดนมารมืดทมิฬของเรา”
“ตัวตนในยุคสมัยปัจจุบันของพวกเจ้า จะเป็นยุคสมัย