สุดท้ายของภพแร้นแค้น หลังจากนั้น ภพแร้นแค้นก็จะถูกทำลาย”
ยามตัวตนในหมอกดำเอ่ยปาก น ้าเสียงของตัวตนนั้นก็เปี่ยมความหนักใจเศร้าโศก
เจียงผิงอันพอรู้ข้อมูลบางส่วนมาแล้ว แต่ก็พบว่าสถานการณ์ร้ายแรงกว่าตนคาดคิด ทั่วทั้งภพแร้นแค้นกำลังจะถูกทำลาย
หลังเงียบอยู่นาน เจียงผิงอันก็เอ่ยปาก “ด้วยความแข็งแกร่งของผู้อาวุโส จะชิงตัวบุตรีข้าไปเลยก็ได้นี่”
อีกฝ่ายมายังนิกายเทวมารอย่างเงียบเชียบ ไร้ผู้ใดสังเกตเห็นได้ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย จะชิงตัวเมี่ยวอีไปเลยก็ย่อมได้ แต่กลับเสียเวลามาพูดพล่ามที่นี่เสียมากมาย
“ก็จริง แต่บุตรีเจ้าคือร่างเซียนมาร พัวพันผลกรรมมหาศาล การสร้างกรรมร้ายจะมีผลร้ายแรง ข้าจึงได้มาบอกเจ้า”
ตัวตนนี้มิได้สนใจความคิดของเจียงผิงอันเลย สนใจก็เพียงร่างเซียนมาร
ในความเห็นของตัวตนนี้ พรสวรรค์ของเจียงผิงอันเจิดจรัสในยุคสมัยนี้จริงแท้ แต่หากไปอยู่ในเขตแดนมารมืดทมิฬ มันก็เป็นเพียงระดับกลาง
ตราบกาลนานมา มีอัจฉริยะล ้าเลิศมากมาย แต่ผู้ที่เติบโตได้จนถึงที่สุดเท่านั้นที่ควรค่าสนใจอย่างแท้จริง
เจียงผิงอันกล่าวว่า “ข้าจะให้ผู้อาวุโสพาเมี่ยวอีไปไม่ได้ อย่างน้อยก็จนกว่าเมี่ยวอีจะเติบใหญ่ รอเมี่ยวอีเติบโตก่อน แล้วให้เมี่ยวอีตัดสินใจเองเถิด”
“ข้าก็ตั้งใจเช่นนั้นเหมือนกัน”
ก้อนหยกดำโบราณก้อนหนึ่งโผล่ออกมาจากในหมอกดำ
“ยามบุตรีเจ้าโตขึ้นสักนิด มอบวรยุทธ์เซียนนี้ให้กับนาง สร้างรากฐานนางให้ดี อย่าได้