แอบฝึกวรยุทธ์นี้เอง หากไม่มีร่างเซียนมารเจ้าเรียนไม่ได้หรอก”
“อีกไม่กี่ปี ข้าจะกลับมา”
ว่าแล้ว หมอกดำก็หายวับไปราวไม่มีตัวตนมาก่อน
เจียงผิงอันถือหยกดำในมือ เงียบไปอยู่นาน จนกระทั่งเสียงของเมิ่งจิงดังออกจากป้ายหยกสื่อสาร
“เจ้าท่อนไม้ เจ้าท่อนไม้ ฟังอยู่หรือเปล่า? ทำไมข้าไม่ได้ยินเสียงเจ้าแล้วล่ะ ป้ายหยกสื่อสารแตกหรือ?”
“เมื่อครู่มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ”
เจียงผิงอันไม่ได้บอกเมิ่งจิงว่าเมื่อครู่เกิดเรื่องอะไร เป็นไปเช่นตัวตนนั้นกล่าว ยิ่งรู้มากยิ่งเจ็บปวด
หลังเสวนากับเมิ่งจิงครู่หนึ่ง สองฝ่ายก็จบการสนทนา
เจียงผิงอันเก็บก้อนหยกสีดำ เตรียมไว้ให้บุตรีตนในภายหน้า
เจียงผิงอันไม่เข้าใจว่าร่างเซียนมารคืออะไร แต่เซียนผู้นั้นบอกว่าเขาเรียนไม่ได้ เขาก็น่าจะเรียนไม่ได้จริง ๆ
วันคืนต่อจากนั้น นอกจากขนส่งทรัพยากรและฝึกฝน เขาก็มีงานเพิ่มมาอีกงาน คือดูแลบุตรีตน
เมื่อได้เห็นบุตรีโตขึ้นทีละนิด ความรู้สึกเป็นสุขก็ยากบรรยาย
แน่นอน ยามยายหนูน้อยเผชิญปัญหา ความรู้สึกยินดีก็หายวับไปชั่วคราว
ระหว่างชั่วกาลนี้ เจียงผิงอันบรรลุทุกกฎเกณฑ์ของตนจนถึงจุดสมบูรณ์แบบของขั้นสาม มาถึงขั้นสมบูรณ์แบบของขอบเขตวิญญาณเทวะ เทียบได้กับขั้นสมบูรณ์แบบขอบเขตหลอมสุญตา
การฝึกฝนของเขาก็เผชิญคอขวด ขณะนี้ ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ จะทะลวงขอบเขตสู่ขอบเขตบูรณาการกันแล้ว
แต่เจียงผิงอันทะลวงขอบเขตไม่ได้ เส้นทางของเขามาถึงจุดจบแล้ว เขาจะเดินต่อไปได้ก