เป็น ต่อให้มีเซียนคิดมาแตะต้องบุตรีเขาเขาก็ขอเล่นงานเซียนให้ได้สักสองสามหมัด
เจียงผิงอันและบุตรสาวมองหน้ากันอยู่นาน
“นางชื่ออะไร?”
“รอเจ้าตั้งชื่ออยู่”
“ข้าไม่รู้ ข้าเรียนมาน้อย”
ยามเจียงผิงอันตั้งชื่อเสียวเสวี่ยก่อนหน้านี้ ก็ถูกพวกเมิ่งจิงล้อกระจาย
“เจียงเมี่ยวอี เป็นเช่นไร” จี้เฟยกล่าว
“เพราะกว่าข้าตั้งแหละ”
เจียงผิงอันทวนชื่อนี้ในใจซ ้าไปมา ใบหน้าเย็นชาปรากฏเค้าความรักใคร่
เขาคลับคล้ายจะได้เห็นสีหน้าของบุพการีตนยามแรกพบหน้าเขา
นี่คือสายสัมพันธ์โลหิตหรือ?
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันก็สงบลง มองจี้เฟยตรงหน้าเขา และรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมากะทันหัน
ทั้งสองไร้เยื่อใยต่อกัน แต่ก็มีบุตรด้วยกันเพิ่มมาหนึ่งคนอย่างงงๆ
จะอธิบายต่อเมิ่งจิงเช่นไร?
จี้เฟยเห็นเจียงผิงอันใจลอย ก็ทราบว่าชายผู้นี้ต้องใช้เวลาย่อยข่าวก่อนสักหน่อย “เมี่ยวอีใกล้ได้เวลากินนมแล้ว จะอยู่กินด้วยกันหรือไม่? เหลือให้เจ้าครึ่งหนึ่งนะ”
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความนัยของจี้เฟย “ข้าออกไปก่อนดีกว่า”
เขาคืนเด็กให้อีกฝ่ายแล้วหมุนตัวเดินจาก
เจียงผิงอันเดินออกจากห้อง กุมกำปั้นคารวะเหล่าผู้คุ้มกัน
“ลำบากทุกท่านแล้ว ภายหน้าหากเผ่าจิ้งจอกเก้าหางต้องการโอสถหรืออาวุธวิเศษใด ข้าจะพยายามหามาให้อย่างเต็มที่!”
“เจ้านิกายเกรงใจไปแล้ว นี่คือสิ่งที่เราควรทำ ข้าหวังให้เจ้านิกายขยันขันแข็ง มีลูกสักร้อย ๆ คนเลยด้วยซ ้า”
ยอดฝีมือจิ้