เจียงผิงอันนำโล่สีน ้าเงินเข้มอันหนึ่งออกมา
โล่นี้มีขนาดเท่าครึ่งตัวคน ขอบคมดุจอัญมณีเม็ดยักษ์
อักขระเร้นลับมากมายโคจรรายล้อม แผ่รัศมีสีน ้าเงินเข้มจาง ๆ
“โล่นี้มีชื่อว่า ‘โล่เลี่ยงบาดแผล’ สามารถดูดซับการโจมตีของศัตรูมาสะท้อนโต้ตอบ ยิ่งการโจมตีของศัตรูรุนแรง ความเสียหายต่อศัตรูก็ยิ่งมาก กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติก็อาจถูกมันตอบโต้บาดเจ็บได้”
เมื่อได้ยินคำอธิบายแนะนำโล่นี้ สายตาผู้อาวุโสทั้งหลายก็ถูกตรึงติดกับมันอย่างมิอาจละจาก ประหนึ่งเห็นหญิงงามล ้าเลิศอยู่ตรงหน้า
“เหอะ ๆ โอ่เก่งเสียจริงหนอ”
หนึ่งเสียงดังเย้ยออกมา
ผู้อาวุโสใหญ่มั่วชงซึ่งนิ่งงันกับที่มาเนิ่นนานพลันผุดลุก
“นี่มันแค่สมบัติลับมิใช่หรือ มันจะไปทำร้ายยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติได้อย่างไร เจ้าคิดว่ามันเป็นยอดสมบัติหรือไร?”
มั่วชงสุดเคืองแค้นเจียงผิงอัน ยามนี้เมื่อพบโอกาส เขาก็อยากเถียงสุดใจ
ในความรู้ความเข้าใจของมั่วชง ระดับของสมบัติลับมีจำกัดกระทั่งสมบัติที่ใช้โจมตียังยากทำร้ายยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติได้
แค่โล่อันเดียว จะมีพลังเช่นนั้นได้อย่างไร?
แท้จริงแล้ว ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็สงสัยเรื่องนี้เช่นกัน ทว่ามีเพียงมั่วชงที่กล่าวออกมา
“ลองดูก็รู้เอง”
เจียงผิงอันพาคนทั้งคณะไปยังมิติเทพมาร ไปหาสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตพ้นพิบัติสองคนเพื่อทำการทดลอง
หัวใจของเหล่าผู้อาวุโสเต้นระทึก ทั้งเคลือบแคลงและคาดหวัง
หากโล่นี้แข็งแกร่งเช่นที่ว่า