ยามเห็นเจียงผิงอันปรากฏกาย มั่วชงก็รู้สึกลนลานโดยไม่รู้ตัว
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะเจอเจียงผิงอันทีไรเรื่องราวไม่เคยดีสำหรับเขาสักที ร่างกายเลยสร้างปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่างขึ้นมาเองก็ได้
มั่วชงสะกดอารมณ์ด้านลบในใจ เรื่องซื้อโอสถกับอาวุธวิเศษได้ผลสรุปแล้ว ยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีก?
“เจียงผิงอัน เจ้ามาหยุดยามนี้ก็ไร้ประโยชน์ ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ตอบตกลงแล้ว อีกไม่ช้าเราจะติดต่อสำนักหลอมโอสถกับสำนักต้วนเซียน…”
ป้าบ!
มือข้างหนึ่งพลันแหวกผ่านมิติมาตบหน้ามั่วชงจนตกเก้าอี้
“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”
เจียงผิงอันจัดถุงมือสีดำของตนด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ปวงชนทั่วโถงต่างตะลึง
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าเจียงผิงอันจะลงมือตบมั่วชง!
ใบหน้าเฒ่าชราของมั่วชงแดงก ่า หมัดกำแน่นอดกลั้นโทสะและความอับอาย “เจียง… เจ้านิกายสั่งสอนถูกแล้ว ตาเฒ่าผู้นี้เองที่ไม่รู้สัมมาคารวะ สมควรถูกตบ”
ทุกวาจาล้วนเค้นลอดออกปาก เปี่ยมด้วยความเคืองแค้น
“รู้ว่าสมควรถูกตบก็ดีแล้ว จำไว้ด้วยล่ะว่าผู้ใดคือเจ้านิกาย”
เจียงผิงอันนั่งลงบนบัลลังก์เจ้านิกาย ให้บรรยากาศบุคคลผู้สูงส่งเหนือใครอย่างเบาบาง
มั่วชงลุกขึ้นกล่าวกับเจียงผิงอันเสียงเย็น “เจ้านิกายเจียง แล้วช่องทางที่เจ้าพูดถึงเล่า? ทรัพยากรล่ะ?”
“เจ้านิกาย รู้หรือไม่ว่าเพราะเจ้ายืนกรานจะให้ช่องทางของตัวเองความร่วมมือของเรากับสำนักหลอมโอสถและสำนักต้วนเซียนจึงเกือบพังทลาย นิกายเทวมา